10 เรื่องที่แฟนพันธุ์แท้ Glee ต้องรู้

Home / สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / 10 เรื่องที่แฟนพันธุ์แท้ Glee ต้องรู้

10 เรื่องที่แฟนพันธุ์แท้ Glee ต้องรู้

Glee ซี่รี่ย์แนวมิวสิคัล ที่ผสมผสานทั้งความเป็น ดราม่า คอมเมดี้ซึ่งตีแผ่วงการการศึกษาและชีวิตวัยรุ่นของอเมริกาได้อย่างเยี่ยมยอด ซึ่งทาง Music.mthai ได้นำเสนอข้อมูลไปแล้วใน “Glee ซีรี่ย์แห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง”

 

คราวนี้จะขอพูดถึงข้อมูลลึกแต่ไม่ลับของ ซี่รี่ย์เรื่องนี้กัน ใครๆที่เป็นแฟนตัวจริงของ Glee ลองมาดูกันว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้หรือยัง

 

 

 

1.Glee สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทำสถิติเป็นซีรีย์ที่ฉายหลังซุปเปอร์โบวล์ที่ทำเรทติ้งสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งซุปเปอร์โบวล์นั้นเป็นการถ่ายทอดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่เป็นนาทีทองที่สุดในวงการโทรทัศน์อเมริกา โดยที่ Glee ได้ออกอากาศหลังจากการแข่งขันซุปเปอร์โบวล์เสร็จสิ้น สาเหตุที่ทำให้เรทติ้งพุ่งกระฉูดขนาดนั้นคงเป็นเพราะว่า Glee พักการฉายมานานพอสมควรและได้ลูกโลกทองคำมาหมาดๆก่อให้เกิดกระแสดูกลีมากกว่าซุปเปอร์โบวล์เสียอีก

 

2.Glee ที่เห็นว่ามีโชว์ที่เจ๋งมีท่าเต้นที่สนุกสนานแต่กว่าจะได้งานคุณภาพเยี่ยมเช่นนี้ ต้องใช้วลาฝึกซ้อมและเตรียมตัวตั้งแต่ 6-8สัปดาห์ก่อนที่จะมีการถ่ายทำจริงแต่ละตอนนั้นมีต้นทุนในการผลิตอย่างต่ำ 3 ล้านดอลล่าห์และใช้เวลาถ่ายทำถึง 10 วัน นอกจากนี้ทีมทำงานของ Glee โดยเฉพาะนักแสดง ถือว่าอาจจะเป็นกลุ่มคนทำงานด้านแวดวงโทรทัศน์ ที่ทำงานหนักที่สุดก็ว่าได้ เพราะว่าต้องมาทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้าและซ้อมร้องซ้อมเต้นกัย 12-14 ชั่วโมง(จันทร์-เสาร์) บางอาทิตย์ก็ซ้อมทุกวัน แต่ก็เป็นผลดีใน Season ที่2 ซึ่งทำให้การทำงานลดลงไปเหลือเพียง 2-3สัปดาห์ต่อ1ตอน

 

3. เควิน แมคเฮล ผู้ที่แสดงเป็น อาร์ตี้ เด็กเนิร์ดที่เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา จริงๆแล้วเขาเคยออกอัลบั้มในฐานะสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อ NLT (ย่อมาจาก “Not Like Them”) มาก่อน

 

4.Glee ครองแชมป์รายการที่ผู้ชมมีรายได้ต่อครัวเรือนสูงสุด ซึ่งจากการสำรวจผลออกมาว่า มีผู้ชมอายุระหว่าง 18 – 49 ปี ที่ชม Glee มีรายได้ต่อครอบครัวต่อปีตั้งแต่ 100,000 เหรียญขึ้นไป

 

5.เพลง Don’t stop believing  เป็นเพลงที่มียอดขายสูงสุดของซีรี่ย์ ซึ่งขายได้มากว่า 1 ล้านดาวน์โหลด และความสำเร็ของเพลงนี้ทำให้ได้เข้าชิงแกรมมี่สาขา Best Pop Performance By A Duo Or Group with Vocals เพลง Don’t stop believing เป็นเพลงของวง Journey ที่อยู่ในอัลบั้ม Escape ตั้งแต่ปี 1981 เป็นเพลงที่ใช้ตั้งแต่แต่ตอน Pilot โดยวง New Directions ได้นำเพลงนี้มาร้องและทำให้มิสเตอร์ ชูเปลี่ยนใจกลับมาคุมทีม หลังจากนั้นเพลงนี้ จึงกลายเป็นเพลงประจำเรื่องไป

 

6.สัญลักษณ์ที่ชูมือกางนิ้วเป็นรูปตัว L ที่ Glee นำสัญลักษณ์นี้มาใช้ในภาพโปโมทที่ตัวละครจะทำสัญลักษณ์แปะไว้ที่หน้าผากตัวเอง เป็นสัญลักษณื้เรียกว่า Loser Sign ซึ่งแสดงความหมายว่า ไอ้ขี้แพ้ โดย Glee ตั้งใจนำมาใส่เพราะว่าชื่อเรื่องมีตัว L อยู่พอดี Loser หรือ ไอ้ขี้แพ้นี้ ก็เป็นเหมือนกับชมรมร้องเพลงที่อุดมไปด้วยพวกขี้แพ้ประจำโรงเรียน

 

7.Glee นำกระแสวิดีโอ Youtube มาใช้ดัดแปลงในเนื้อเรื่องด้วย เช่น David After Dentist อันเป็นวิดีโอเกี่ยวกับเด็กชายตัวน้อp เดวิด มีอาการเอ๋อได้ใจหลังจากไปหาหมอฟัน จนมีผู้เข้าชมถึง 80 ล้านครั้ง โดน Glee ได้จับมาดัดแปลงในตอน Britney/Brittany ที่สมาชิก Glee โดนสั่งให้ไปหาหมอฟันแล้วโดนดมยาสงบ ทำให้ทุกคนฝันถึง บริทนีย์ สเปียร์ นอกจากนั้นยังมี มุกฮาในเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลิปอื่นๆอีก เช่น Double Rainbow ที่นำมาใช้ในตอน The Sue Sylvester Shuffle

 

David After Dentist

 

Double Rainbow

 

8.ถ้าคิดว่าบทเรื่อง Glee นั้นจะต้องมีที่มาหรูหราไฮโซนั้น เพราะว่าบทละครดีเยี่ยมขนาดนี้ผู้เขียนต้องเก่งกาจสามารถแน่นอน ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ถือว่าผิด เพราะว่า เอียน เบรนแนน นักเขียนบทละครทีวีผู้จุดประกายต้นคิดเรื่องนี้ขึ้นมานั้น เขียนบทเรื่องนี้โดยใช้หนังสือคุ่มือ Screenwriting for Dummies (หนังสือชุด Dummies นั้นเป็นหนังสือประเภท How to สอนทำสิ่งต่างๆโดยเน้นผู้อ่านที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องนั้นมาก่อนเลยเรียกง่ายๆว่าความรู้ต่ำระดับโง่)

 

9.ไรอัน เมอร์ฟี่ย์ ผู้ผลักดันซีรี่ย์เรื่อง Glee บอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการใช้รูปแบบการจัดโชว์ที่ลงตัวมาจากหนังเรื่อง Chicago

 

10.ไรอัน เมอร์ฟี่ย์ ตั้งใจจะสร้างซีร่ย์เรื่อง Glee เพียง 3 ปีเท่านั้น โดยจะให้เรื่องราวมันจบไปในช่วงเวลาที่เหมาะสม มากกว่าที่จะยืดเรื่องหาเงินเข้ากระเป๋า

 

ใครอยากรู้ข้อมูลลึกๆเพิ่มเติมมากกว่านี้สามารถไปหาอ่านได้จากหนังสือ

ขอบคุณหนังสือข้อมูลจาก Starpics Special :The Musical Series Glee That Rocks America