แฟนชาวไทยสุดประทับใจ คอนเสิร์ต วันเดอร์เกิร์ล เดอะ เฟิร์ส วันเดอร์

Home / สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / แฟนชาวไทยสุดประทับใจ คอนเสิร์ต วันเดอร์เกิร์ล เดอะ เฟิร์ส วันเดอร์

แฟนชาวไทยสุดประทับใจ คอนเสิร์ต วันเดอร์เกิร์ล เดอะ เฟิร์ส วันเดอร์

ระเบิดความมันส์ไปแล้วเรียบร้อย สำหรับคอนเสิร์ต “วันเดอร์เกิร์ล เดอะ เฟิร์ส วันเดอร์” เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 18.00น. ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ท่ามกลางแฟนเพลงที่แห่มาให้กำลังใจ 5 สาว จนล้น อินดอร์ สเตเดี้ยมฯ โดยขนเพลงมาโชว์เกือบ 25 เพลง รวมเวลาความสนุกสนานเกือบ 2 ชั่วโมง โดยบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เที่ยงกว่า มีบรรดาชาววันเดอร์ฟูลมาร่วมกันร้องเพลง และเต้น Nobody กันอย่างคึกคัก

นับว่าเป็นคอนเสิร์ตที่มีคนรอดูมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ ชื่อ ของ วันเดอร์ เกิร์ลส กำลังดังถึงขีดสุด กับเพลง โนบอดี้ และคอนเสิร์ตนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับพวกเธอเพราะ เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของพวกเธอ และที่สำคัญยังเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นนอกประเทศเกาหลีอีกด้วย ทำให้คนดูในวันนั้น ต่างลุ้น และตื่นเต้น ว่าอีก 2ชม. ข้างหน้าในคอนเสิร์ต จะได้พบเจอกับอะไรบ้าง และ วันเดอร์ เกิร์ลส ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เพราะพวกเธอสามารถสะกดคนดูได้อย่างอยู่หมัด ด้วยลีลา ท่าเต้น และควาน่ารัก เรียกว่า เวลา 2 ชม.ของคอนเสิร์ตผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยทีเดียว

 

 

 

 

ก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม ได้มีการฉาย VTR  ประวัติของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ วันเดอร์ เกิร์ลส นั่นก็คือ  เจ วาย ปาร์ค นั่นเอง จากนั้นไม่นาน คุณ เจ วาย ปาร์ค ก็ได้ขึ้นมาบนเวที กล่าวอะไรแก่แฟนเพลงเล็กน้อย ว่า “ทุกคนพร้อมที่จะพบกับช่วงเวลาดีๆ ในคืนนี้กันรึยัง” และยังบอกด้วยว่า “คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ  วันเดอร์ เกิร์ลส ไม่ได้เกิดขึ้นที่เกาหลี  จีน หรือนิวยอร์ค  แต่มันเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ นั่นเป็นเพราะอะไรรู้มั้ย? เพราะพวกคุณไง ขอให้สนุกกับคอนเสิร์ตในคืนนี้” กล่าวจบก็ลงจากเวที เรียกเสียงกรี๊ดจากคนกรุงเทพฯ ได้อีกเป็นกอง จากนั้นก็ถึงเวลาของ 5 สาว เสียที พวกเธอเปิดตัว กันด้วยเพลงเร็วถึง 4 เพลงรวด ได้แก่ เพลง  I Wanna, Bad Boy, Goodbye ปิดท้ายช่วงแรกแห่งความสนุกด้วยเพลง  So Hot โดยทั้ง 4 เพลง พวกเธอโชว์สเตปแดนซ์กันได้อย่างพร้อมเพรียง แถมเสื้อผ้าที่ใส่ยังออกมาในชุดรัดรูปทะมัดทะแมง สีแวววาวแนวอวกาศอีกด้วย จบเพลง So Hot ทั้ง 5 สาว ก็กล่าวทักทายผู้ชม และกล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของพวกเธอ  ก่อนที่จะออกมาอีกครั้งในเพลง  Nobody(Rainstone Mix) จังหวะช้าๆ ที่คราวนี้พวกเธอมาพร้อมเก้าอี้ 5 ตัว ด้านหลังเก้าอี้ มีไฟ WG ติดอยู่

 

 

 

 

 

 

 

ต่อกันด้วยเพลงช้า This Time และก็ถึงช่วงเวลาแห่งความพิเศษ นั่นก็คือ ช่วงโชว์เดี่ยวของสมาชิกแต่ละคน เริ่มกันด้วย สาวเสียงดี เยอึน ที่มาโชว์ลูกคอในเพลง Killing Me Softly คนดูถึงกับอึ้งในพลังเสียงของเยอึนเป็นอย่างมาก ต่อด้วยหัวหน้าวง ซอนเย ที่มาในชุดราตรีสีฟ้า โชว์พลังเสียงอีกเช่นกันกับเพลง  Sun and Moon โชว์นี้มีทีเด็ดตรงฉากที่ซอนเย  ถูกลิฟท์ตรงกลางเวทียกเธอขึ้นไปสูงเหนือคนดู บวกกับแสงที่ส่องมาที่เธอเวลานี้ ช่างเป็นฉากที่งดงามจริงๆ ต่อด้วยน้องเล็กสุดท้อง โซฮี ที่เปลี่ยนอารมณ์คนดูมาโชว์สเตปแดนซ์ที่แอบเซ็กซี่เล็กๆ ในเพลง Single Ladies เรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้เป็นอย่างดี ต่อเนื่องความมันส์กันด้วยโชว์เดี่ยวของ ซอนมี สาวหวานประจำวง ที่มากับแดนเซอร์ ในเพลง Invite ปิดท้ายกันด้วยสาวเท่ห์ ยูบิน ที่เปิดตัวได้เก๋ไก๋ ด้วยการนั่งมาบนแคร่ ออกมาเรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นอย่างดี ในเพลง Sexy Black

 

 

 

 

 

เรียกได้ว่า โชว์เดี่ยวของ ทั้ง 5 สาวครั้งนี้ คงถูกใจใครหลายคนทีเดียว จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศมาในแนวฮิพฮอพ กับเพลง This Fool ที่ทั้ง 5 สาว ได้เปลี่ยนเวทีคอนเสิร์ตให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น มีกระโดดเชือกเล่นกันด้วยบนเวที ต่อด้วยการเป็นเชียร์ ลีดเดอร์ของทั้ง 5 สาว ในเพลง You’re Out และ Headache  ปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลงเปิดตัวเพลงแรกของพวกเธอ นั่นก็คือเพลง Irony เพลงที่ทำให้ทุกคนรู้จักชื่อของ วันเดอร์ เกิร์ลสในทุกวันนี้ จากนั้น ถึงคิวของแขกรับเชิญพิเศษของ คนคอนเสิร์ตนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ 7 หนุ่ม ทูพีเอ็ม ที่มาในเพลง 10 of 10 และ  Only You ก่อนจะมาถึงไฮไลท์นั่นก็คือ นิชคุณ หรเวชกุล หรือน้องคุณ ของทุกคน ร้องเพลงไทย We Become One ที่ตอนท้ายของเพลง ได้เพื่อนๆ ในวง ทูพีเอ็ม ออกมาร่วมเต้นกันอย่างสนุกสนานในเพลงนี้ เรียกเสียงกรี๊ดจากคนในฮอลล์ได้เป็นอย่างดี สนุกกันต่อ กับวันเดอร์ เกิร์ลส ในช่วงที่2 พวกเธอเปิดตัวมาในชุดสีขาวล้วน มาพร้อมเปียโนตัวใหญ่โดยมีเยอึนเป็นคนดีดเปียโน และมีซอนมี นั่งอยู่บนเปียโน ที่เหลือก็ยืนล้อมรอบเปียโน พวกเธอมาในเพลงรักหวานซึ้ง Saying I Love You ก่อนที่จะไปต่อกับเพลงช้า ทั้ง 2 เพลง นั่นก็คือ  Please Take It และ It’s Not Love  ฉากนี้แฟนๆ ต่างส่งเสียงตะโกนซารังเฮ ให้ทั้ง 5 สาว อย่างสุดเสียง  จากนั้นคั่นกลาง ด้วย การฉาย VTR  ที่เล่าเรื่องราวถึงเหตุการณ์ในอนาคต ในวันที่เจ วาย ปาร์ค เสียชีวิต และวันเดอร์      เกิร์ลสวงแตก สมาชิกแต่ละคนต่างแยก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ย้ายไปทำงานด้านต่างๆ ที่ตัวเองถนัด  แต่แล้วก็ถึงเวลาที่พวกเธอต้องขึ้นแสดงพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง และพวกเธอก็กลับมาในเพลง  One Night Only ก่อนที่จะไปต่อกันด้วยเพลงชาติของ วันเดอร์ เกิร์ลส นั่นก็คือเพลง Nobody ที่เปิดฉากด้วยการพา 5 หนุ่ม ทูพีเอ็มออกมาเต้น Tango ร่วมกับ 5 สาวในช่วง 2 นาทีแรก ก่อนที่จะเข้าสู่เพลง Nobody เวอร์ชั่นปกติ เพลงที่ทุกคนต่างรอคอย และอยากที่จะเต้นไปพร้อมๆ กับพวกเธอ ต่อเนื่องความมันส์กันด้วยเพลง Tell Me เพลงที่ทุกคนร้องตามกันได้ชนิดเสียงดังกึกก้องเลยทีเดียว จากนั้นมีการฉาย VTR ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของพวกเธอก่อนที่จะก้าวมาเป็นวันเดอร์ เกิร์ลส อย่างทุกวันนี้ พวกเธอผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง และวันเดอร์ เกิร์ลส กลับมาอีกครั้งในเพลง Wishing on a Star เพลงที่พวกเธอบอกว่ามีความหมายกับพวกเธอมาก เพราะเป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวการตามล่าหาความฝันของพวกเธอได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะปิดท้ายภาพความประทับใจในวันนั้น ด้วยเพลง   Nobody และ Tell Me เวอร์ชั่น รีมิกซ์ ที่คราวนี้ คนดูทั้งฮลล์ต่างลุกขึ้นมาร่วมร้อง และร่วมเต้นไปกับพวกเธอ โดยตอนท้าย ทูพีเอ็มได้ออกมาร่วมแจมด้วยบนเวที 

 

 

 

 

เรียกได้ว่า วันเดอร์ เกิร์ลส ได้แสดงพลัง เกิร์ลส พาวเวอร์ ออกมาให้ทุกคนได้เห็นแล้ว ผ่านคอนเสิร์ตในครั้งนี้ของพวกเธอ เพราะพวกเธอสามารถสะกดคนดูให้สนุกไปกับพวกเธอได้ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม พิสูจน์ถึงความเป็นมืออาชีพของพวกเธอได้เป็นอย่างดี และไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมพวกเธอถึงสามารถมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี หลังจากคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เชื่อได้ว่าทั้ง 5 สาว คงได้เข้าไปอยู่ในใจของใครต่อใครหลายคนที่ได้ไปดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างแน่นอน และหลังจากโชว์ที่เมืองไทยแล้ว วันเดอร์ เกิร์ลส มีคิวไปแสดงคอนเสิร์ต ต่อที่ อเมริกาถึง 3 รอบเลยทีเดียว ในวันที่ 5 มีนาคม ลอสแองเจลลิส, 5 มีนาคม ออเร้นจ์เค้าท์ตี้, 8 มีนาคม นิวยอร์ค ก่อนที่จะกลับไปแสดงที่บ้านเกิด ประเทศเกาหลีในวันที่ 21 มีนาคมที่ พูซาน  ปิดท้ายที่กรุงโซลในวันที่ 28 มีนาคม

 

 

 

 

ที่มาจาก  

ภาพประกอบเพิ่มเติม จาก PingBook.com และ Saranghey.com