Sek Loso เสก เสก โลโซ เสกสรร ศุขพิมาย เสกสรรค์ ศุขพิมาย เสกสรรค์ สุขพิมาย โลโซ

บทเรียนวงการบันเทิงไทย… นักร้องดังที่อนาคตดับเพราะ “ยาเสพติด”!

Home / Hotissue, สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / บทเรียนวงการบันเทิงไทย… นักร้องดังที่อนาคตดับเพราะ “ยาเสพติด”!

 

“ผมเป็นอาร์ติสท์ ที่แปลว่าศิลปิน ผมเป็นนักเขียน ผมใช้มันเพราะผมทำงานเพลง ผมใช้มันเพราะผมเอามันอยู่”

ถ้อยคำสัมภาษณ์จาก เสก โลโซ หรือ เสกสรร ศุขพิมาย เมื่อปลายปี 2554 หลังจากที่เขาถูกแฉภาพอิริยาบทขณะกำลังเสพย์ยาเสพติด ซึ่งกล่าวถึงเหตุผลที่ตนเองต้องใช้ยาเสพย์ติด แถมยังพาดพิงถึงศิลปินระดับโลก อย่าง จอห์น เลนนอน และวงโอเอซิส ซึ่งเสกอ้างว่า “ต่างก็ใช้สิ่งนี้” กลายเป็นทอล์คออฟทาวน์ของทั้งเหล่าศิลปินตัวจริงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสพติดสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน รวมทั้งแฟนเพลงเองก็ผิดหวังกับคำพูดของอดีตร็อกสตาร์ในดวงใจ

 

 

จนถึงกรณีล่าสุด ที่ เสก โลโซ ไปก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัด หลังจบการแสดงคอนเสิร์ตที่วัดเขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช จนโดนหมายจับ แล้วเรื่องราวก็บานปลายเมื่อเจ้าตัวขัดขืนและไลฟ์สดขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมคาบ้านพัก ตามมาด้วยผลการตรวจปัสสาวะของ เสก โลโซ ที่พบว่าเป็นสีม่วง และพบว่ามีสารเมทแอมเฟตามีน(อยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทยาไอซ์หรือยาบ้า) และสารเอ็มดีเอ็มเอ หรือ Methylenedioxy methamphetamine(อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี)… ซึ่งบ่งบอกว่า ทั้งบทเรียนชีวิตและการเข้ารับการบำบัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ช่วยให้ อดีตราชันย์ร็อกแอนด์โรล ห่างไกลยาเสพติดได้เลย

-อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง-
เสก โลโซ ราชันย์ร็อกแอนด์โรล เจ้าพ่อข่าวฉาว!
ผลตรวจฉี่ ‘เสก โลโซ’ พบมีสารเสพติดสองชนิด

 

อนาคตของ เสก โลโซ ทั้งในฐานะผู้เสพย์และฐานะนักร้องชื่อดังจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครรู้… แต่ลองมาย้อนดูอดีตและปัจจุบันของนักร้องไทยผู้เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติดกันก่อนไหม

 

‘ฮาเวิร์ด หวัง’ อดีตนักร้องหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นนายเแบบดัง ทั้งเคยถูกบุกจับที่บ้านพักคาของกลางซึ่งเป็นกัญชาแห้งและบ้องกัญชา ก่อนตามมาด้วยการถูกจับกุมขณะกำลังมั่วสุมเสพย์ยาไอซ์ในแมนชั่น แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธ โดยอ้างว่าถูกเพื่อนหลอกให้ดื่มน้ำปนเปื้อนยาเสพติด ภายหลัง สตม. ขึ้นบัญชีดำฮาเวิร์ดให้เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ เนื่องจากมีประวัติเป็นบุคคลต่างด้าวและเข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย

 

‘เดียร์ นักรบ แนวณรงค์’ อดีตสมาชิกวงอะแคปเปลล่าเซเว่น ถูกจับในข้อหามียาเสพติดประเภทโคเคนและยาไอซ์อยู่ในครอบครองเมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังสร้างอนาคตกับวงใหม่ที่ชื่อ โฟร์กัสซั่ม อยู่พอดี เดียร์เผยว่าเขาเสพย์เพราะเครียดที่บิดาเสียชีวิต รวมทั้งรู้สึกผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายต้นสังกัดจึงตัดสินใจลดบทบาทของเดียร์ลง ให้เป็นเพียงคนเบื้องหลังหรือขึ้นโชว์ร่วมกับเพื่อนในวงเป็นบางงานเท่านั้น

 

‘ต๊ะ ฌานิศ ใหญ่เสมอ’ เคยรุ่งโรจน์สุดชีวิตในฐานะวงบอยสเก๊าท์ บอยแบนด์ที่สามารถทำยอดขายได้ถึงล้านตลับ เขาเป็นสมาชิกที่พูดได้ว่าโดดเด่นที่สุดในวง มีผลงานทั้งงานหนังและงานละครอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งต๊ะพัวพันกับยาเสพติดพ่วงคดีทำร้ายแฟนสาว ทำให้เขาถูกแบนผลงานในทันที แม้เวลาจะผ่านไปและต๊ะจะพยายามหวนกลับสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม

 

ศิลปินเดี่ยวอย่าง ‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ ก็ถือเป็นนักร้องระดับแถวหน้าของอาร์เอสฯ หากความพลิกผันของชีวิตก็เกิดขึ้นเมื่อเขาถูกตำรวจบุกจับขณะเสพย์กัญชาที่คอนโด แม้จะยอมรับสารภาพ แต่โทษทางสังคมที่ทัชได้รับก็คือเขาถูกทางต้นสังกัดแบนงานไปพักใหญ่ จนต้องหันไปจับงานเพลงลูกทุ่งแต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 

จากนักร้องดูโอสาวสวยที่ดังที่สุดในช่วงสายเดี่ยวกำลังฮิต ‘จอยซ์ พรพรรณ รัตนเมธานนท์’ แห่งวง ไทรอัมพ์ คิงดอม ดับอนาคตตัวเองด้วยการผูกมิตรกับยาเสพติด เธอถูกจับพร้อมแฟนหนุ่มในข้อหาร่วมกันครอบครองยาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย ศาลอุทธรณ์ตัดสินโทษให้จอยซ์ถูกจำคุกตลอดชีวิต แม้ต่อมานักร้องสาวจะได้รับลดหย่อนโทษเพราะไม่ปรากฏพยานหลักฐานชี้ชัดว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้จำหน่ายรวมทั้งยังให้การเป็นประโยชน์ แต่ จอยซ์ ก็ต้องใช้ชีวิตในเรือนจำนานถึง 8 ปี 10 เดือนเลยทีเดียว

 

‘แพท วรยศ บุญทองนุ่ม’ นักร้องนำหนุ่มหล่อจากวงพาวเวอร์แพท อ้างเหตุผลว่าเขาไม่มีเงินและค่ายไม่ป้อนงานให้จึงจำเป็นต้องหันมาค้ายาเสพติด แพทถูกศาลตัดสินจำคุก 50 ปี และปรับเงินอีก 1 ล้านบาท ปัจจุบันเขายังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่เจ้าตัวก็มุ่งมั่นจะทำความดี ใส่ใจในการศึกษา และเชื่อมั่นว่าตนเองจะไม่จบชีวิตในคุก

 

จากการประมวลข้อมูลจะเห็นว่า แม้โทษทางกฎหมายของ ‘ผู้เสพย์’ จะไม่ร้ายแรงโทษของ ‘ผู้ค้า’ รวมทั้งการรณรงค์จากหลายองค์กรที่นำเสนอว่า ‘ผู้เสพย์ยา’ เปรียบเสมือนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการบำบัด หากแต่เมื่อตกเป็นจำเลยของสังคมก็ยากนักที่จะกลับมายืน ณ จุดเดิม โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้อง ‘มือถือไมค์ ไฟส่องหน้า’

และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ “พิษภัยของยาเสพติด” เรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนต่างถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก หากแต่เมื่อเติบโตเรื่องเหล่านี้กลับถูกลืมเลือน… จนผู้ใหญ่บางคนเข้าใจไปเองว่า ยาเสพติด มันสามารถ “เอาอยู่!”