“ศิลปินต้องเสพยา?” งั้นมาดูชีวิตปัจจุบันของศิลปินผู้เคยเสพยากันไหม?

Home / สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / “ศิลปินต้องเสพยา?” งั้นมาดูชีวิตปัจจุบันของศิลปินผู้เคยเสพยากันไหม?

“ผมเป็นอาร์ติสท์ ที่แปลว่าศิลปิน ผมเป็นนักเขียน ผมใช้มันเพราะผมทำงานเพลง ผมใช้มันเพราะผมเอามันอยู่”

 

 

 

ถ้อยคำสัมภาษณ์จาก เสก โลโซ หรือ เสกสรร ศุขพิมาย ที่กล่าวถึงเหตุผลที่ตนเองต้องใช้ยาเสพย์ติด แถมยังพาดพิงถึงศิลปินระดับโลก อย่าง จอห์น เลนนอน และวงโอเอซิส ซึ่งเสกอ้างว่า “ต่างก็ใช้สิ่งนี้” กลายเป็นทอล์คออฟทาวน์ของทั้งเหล่าศิลปินตัวจริงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสพย์ติดสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน รวมทั้งแฟนเพลงเองก็ผิดหวังกับคำพูดของอดีตร็อคสตาร์ในดวงใจ(แต่ก็ยังมีบางส่วนที่บูชาเสก โลโซ จนทำให้ลืมนึกถึงภัยของยาเสพย์ติดไปแล้ว)

 

อนาคตของเสก โลโซ ทั้งในฐานะผู้เสพและฐานะนักร้องชื่อดังจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครรู้… และลองมาย้อนดูอดีตและปัจจุบันของนักร้องไทยผู้เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพย์ติดกันก่อน

 

 

เมื่อไม่นานมานี้ ‘ฮาเวิร์ด หวัง’ เพิ่งถูกตำรวจนอกเครื่องแบบบุกจับ หลังจากสืบทราบว่าบ้านของเขาถูกใช้เป็นสถานที่จัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยาเสพย์ติด ผลจากตรวจค้นพบของกลางเป็นกัญชาแห้งน้ำหนัก 5.5 กรัม และบ้องกัญชา 1 อัน แต่ฮาเวิร์ดให้การในชั้นสอบสวนปฏิเสธว่าของกลางทั้งหมดเป็นของเพื่อน รวมทั้งยังไม่พบสารเสพติดในร่างกาย สุดท้ายเขาก็ได้รับการประกันตัวออกไป

 

 

‘เดียร์ นักรบ แนวณรงค์’ อดีตสมาชิกวงอะแคปเปลล่าเซเว่น ถูกจับในข้อหามียาเสพย์ติดประเภทโคเคนและยาไอซ์อยู่ในครอบครองเมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังสร้างอนาคตกับวงใหม่ที่ชื่อ โฟร์กัสซั่ม อยู่พอดี เดียร์เผยว่าเขาเสพเพราะเครียดที่บิดาเสียชีวิต รวมทั้งรู้สึกผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายต้นสังกัดจึงตัดสินใจลดบทบาทของเดียร์ลง ให้เป็นเพียงคนเบื้องหลังหรือขึ้นโชว์ร่วมกับเพื่อนในวงเป็นบางงานเท่านั้น

 

 

 

‘ต๊ะ-ฌานิศ ใหญ่เสมอ’ เคยรุ่งโรจน์สุดชีวิตในฐานะวงบอยสเก๊าท์ บอยแบนด์ที่สามารถทำยอดขายได้ถึงล้านตลับ เขาเป็นสมาชิกที่พูดได้ว่าโดดเด่นที่สุดในวง มีผลงานทั้งงานหนังและงานละครอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งต๊ะพัวพันกับยาเสพย์ติดพ่วงคดีทำร้ายแฟนสาว ทำให้เขาถูกแบนผลงานในทันที แม้เวลาจะผ่านไปและต๊ะจะพยายามหวนกลับสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม

 

 

 

ศิลปินเดี่ยวอย่าง ‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ ก็ถือเป็นนักร้องระดับแถวหน้าของอาร์เอสฯ หากความพลิกผันของชีวิตก็เกิดขึ้นเมื่อเขาถูกตำรวจบุกจับขณะเสพกัญชาที่คอนโด แม้จะยอมรับสารภาพ แต่โทษทางสังคมที่ทัชได้รับก็คือเขาถูกทางต้นสังกัดแบนงานไปพักใหญ่ จนต้องหันไปจับงานเพลงลูกทุ่งแต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 

 

จากนักร้องดูโอสาวสวยที่ดังที่สุดในช่วงสายเดี่ยวกำลังฮิต ‘จอยซ์- พรพรรณ รัตนเมธานนท์’ แห่งวง ไทรอัมพ์ คิงดอม ดับอนาคตตัวเองด้วยการผูกมิตรกับยาเสพย์ติด เธอถูกจับพร้อมแฟนหนุ่มในข้อหาร่วมกันครอบครองยาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย ศาลอุทธรณ์ตัดสินโทษให้จอยซ์ถูกจำคุกตลอดชีวิต ก่อนลดหย่อนเพราะให้การเป็นประโยชน์ จนเหลือโทษจำคุก 33 ปี 5 เดือน

 

 

‘แพท วรยศ บุญทองนุ่ม’ นักร้องนำหนุ่มหล่อจากวงพาวเวอร์แพท อ้างเหตุผลว่าเขาไม่มีเงินและค่ายไม่ป้อนงานให้จึงจำเป็นต้องหันมาค้ายาเสพติด แพทถูกศาลตัดสินจำคุก 50 ปี และปรับเงินอีก 1 ล้านบาท ปัจจุบันเขายังต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่เจ้าตัวก็มุ่งมั่นจะทำความดี ใส่ใจในการศึกษา และเชื่อมั่นว่าตนเองจะไม่จบชีวิตในคุก

 

จากการประมวลข้อมูลจะเห็นว่า แม้โทษทางกฎหมายของ ‘ผู้เสพ’ จะไม่ร้ายแรงโทษของ ‘ผู้ค้า’ รวมทั้งการรณรงค์จากหลายองค์กรที่นำเสนอว่า ‘ผู้เสพยา’ เปรียบเสมือนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการบำบัด หากแต่เมื่อตกเป็นจำเลยของสังคมก็ยากนักที่จะกลับมายืน ณ จุดเดิม โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้อง ‘มือถือไมค์ ไฟส่องหน้า’

 

และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ พิษภัยของยาเสพย์ติด เรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนต่างถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก หากแต่เมื่อเติบโตเรื่องเหล่านี้กลับถูกลืมเลือน… จนผู้ใหญ่บางคนเข้าใจไปเองว่า ยาเสพย์ติด มันสามารถ “เอาอยู่!”