สงครามละครเพลง Fame ปะทะ สี่แผ่นดิน

Home / สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / สงครามละครเพลง Fame ปะทะ สี่แผ่นดิน

วงการละครเวทีคุกรุ่นไปด้วยการแข่งขันเสียแล้ว เมื่อเกิดโปรเจคต์ยักษ์ มาชน กับ ยักษ์ นั่นก็คือ Fame The Musical ปะทะ สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล

 


ฝั่งของทาง Fame นั้นเป็นผลงานการสร้างจากดรีมบอกซ์ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่คลุกคลีกับงานละครมาตั้งแต่อดีต ดรีมบอกซ์ผุดโปรเจคต์ Fame โดยได้ร่วมมือกับทาง True Fantasia ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่รวมเหล่าศิลปินจากเวที AF ที่เป็นรายการ Reality ชั้นนำของเมืองไทย

 


ส่วนทางฝั่งของ สี่แผ่นดิน นั้น เป็นโปรเจคต์อลังการจาก ซีเนริโอ โดยคุณ บอย ถกลเกียรติ ซึ่ง สี่แผ่นดินนั้น ได้นักแสดงที่มาจากเวที ร้องเพลงจากรายการในเครือเดียวกันนั่นก็คือ The Star

ถ้าจะบอกว่ามันเป็นการแข่งขันของสองยักษ์ใหญ่ในวงการละครเวที ก็คงจะไม่ผิด เพราะว่าฝั่ง ดรีมบอกซ์ก็มีเครดิตของการที่คลุกคลีและคุ้นเคยกับวงการละครเวทีมานาน คนที่เป็นแฟนละครเวทีไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ส่วนในฝั่งของ ซีเนริโอแม้ว่าจะมาทีหลังแต่ก็ถือว่าสร้างกระแสของละครเวทีให้เข้าสู่ความเป็นมวลชนมากขึ้น จนทำให้ละครเวทีเป็นที่รู้จักและนำพาให้คนทั่วไปที่เคยมองว่าเป็นศิลป์ที่ดูยากกลับกลายมาเป็นเรื่องง่ายที่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมได้



 


เมื่อ เสือ มาเจอ เสือ ปะทะกันขนาดนี้ แต่ละที่ก็คงต้องงัดไม้เด็ดออกมาสู้กันสุดชีวิตแน่นอน

 

มาดูที่ Fame The Musical กัน

 


Fame The Musical

 

 

 

 

Fame The Musical นั้นเป็นภาพยนตร์และละครเวทีที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก และทางดรีมบอกซ์ก็ได้ขอลิขสิทธิ์และหยิบเอาละครเวที Fame The Musical ที่ถือว่าเป็นละครเพลงอมตะมาดัดแปลงให้เป็นภาษาไทย Fame The Musicalเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ David de Silva โดยมี Jose Fernandez เป็นผู้ประพันธ์บท,Jacques Levy ประพันธ์เนื้อร้อง และ Steve Margoshes ประพันธ์ดนตรี

 

 

 

ความโดดเด่นของ Fame นั้นไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ได้ว่าเป็นละครเวทีที่โด่งดัง และเป็นสากล ความกล้าของทีมดรีมบอกซ์อยู่ที่การที่จะนำละครเวทีเรื่องนี้มาแปลให้เป็นภาษาไทย ซึ่งค่อนข้างจะยากพอสมควรโดยเฉพาะความแตกต่างของภาษาซึ่งมีความสำคัญและส่งผลต่อเพลง

 

 

 

 

นอกจากนี้ Fame ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ  กลุ่มวัยรุ่นในโรงเรียนฝึกฝนศิลปินที่ใฝ่ฝันจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางบันเทิง  ความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก  และบททดสอบที่เข้มข้นก่อนจะก้าวไปเป็น “ศิลปินตัวจริง”

 

 

 

อาจจะด้วยเหตุนี้ทาง ดรีมบอกซ์จึงได้จับมือกับ True Fantasia และ KPN ในการเอาศิลปินในสังกัดมาร่วมแสดง และนั่นก็เป็นสิ่งที่ตรงกับชีวิตจริงของนักแสดงที่มารับบทในเรื่อง

 

 

ดูเหมือนว่าทางดรีมบอกซ์จะเริ่มหันมาจับทางถูกกับการเลือกนักแสดงจากรายการแข่งขันร้องเพลงซึ่งรู้กันดีอยู่แล้วว่ามีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นมาก ประกอบกับละครเวทีเรื่อง Fame ดูจะเหมาะกับยุคปัจจุบันที่เล่าถึงการแข่งขันและวิ่งตามความฝัน ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก ยิ่งผสมกับตัวละครที่เป็นนักแสดงที่ผ่านเวทีล่าฝันมาแล้วจึงไม่ยากที่จะทำให้คนดูอินตามได้

 

 

 

Fame The Musical ร่วมด้วยนักแสดงที่การันตีคุณภาพได้แน่นอนอย่าง ครูอ้วน-มณีนุช  เสมรสุต ,ครูน้ำมนต์-ธีรนัยน์ ณ หนองคาย ,ภาณุเดช วัฒนสุชาติ และ เค็นเน็ธ วัน

 

 

 

ส่วนนักแสดงที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดสำหรับละครเรื่อง Fame The Musical จากเวที AF และ KPN อย่าง ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4),รัชพล แย้มแสง (มิวสิค AF4 ),ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม (นัททิว AF5),ธรรศภาคย์ ชี  (บี้  KPN),รฐา โกกิลานนท์  (แท็บบี้ AF6),สมฤทัย พรหมจรรย์(พริ้ง AF5),อลิสซาเบธ สิทธิเจริญยศ (โรส  KPN),แอริคา สุนารี คัมมิ่งส์ ( แอรี่  KPN)

 


นอกจากนี้ยังมี เหล่านักแสดงจาก ดรีมบอกซ์ อย่าง กฤตินท์ เกียรติเมธา (หวาย),วสุธิดา ปุณวัฒนา  (แจน)และนักแสดงสมทบมากความสามารถอีกคับคั่ง

 

 

 

สรุปแล้ว จุดแข็งของ Fame The Musical คือ ตัวบทละครที่มีความโด่งดังและเป็นอมตะ เนื้อหาเข้ากับยุคสมัย นักแสดงมีความสามารถ และ มีชื่อเสียง โดยเฉพาะ AF และ KPN ที่การันตีได้ในฐานแฟนคลับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาต่อกันที่ สี่แผ่นดิน กัน

 

 

 

สี่แผ่นดิน

 

 

 

 

 

สี่แผ่นดิน นั้นเดิมเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ไทย ในช่วงสมัย รัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 8 แต่งโดยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทย นับเป็นนวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของไทย ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 

 

 

 

 

สี่แผ่นดินนั้นได้นำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อยู่หลายครั้ง แต่ในครั้งนี้ความกล้าของซีเนริโออยู่ที่การจับเอาบทประพันธ์อันทรงคุณค่านี้มานำเสนอในรูปแบบของละครเวที ข้อจำกัดที่สำคัญของละครเวทีคือระยะเวลาในการแสดงนั้นสั้นแต่การจะเล่าเรื่องของ สี่แผ่นดิน ซึ่งมีเรื่องราวอันกล่าวถึงเหตุการณ์มากมายถึง 4 รัชสมัยให้ได้ครบองค์ประกอบครบรายละเอียดนั้นคงเป็นไปได้ยาก ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้เขียนบทอย่างมาก

 

 

สี่แผ่นดิน เป็นเรื่องราวของแม่พลอย ซึ่งมีชีวิตในช่วงรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 8 ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าให้เห็นแง่มุมของการเปลี่ยนของยุคสมัย สังคม โดยเชื่อมโยงกับชีวิตของแม่พลอย ตั้งแต่เด็ก จนถึง วันสิ้นอายุขัย

คุณบอย-ถกลเกียรติ ความจริงต้องการที่จะสร้างละครเวที สี่แผ่นดินมานานแล้วแต่อาจจะเพราะว่าเหตุผลหลายอย่างจึงไม่สามารถสร้างได้ จนมาในปีนี้ด้วยเหตุผลที่ลงตัวหลายอย่างประกอบกับ เพื่อฉลอง 100 ปีชาตกาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ผู้ประพันธ์ ดังนั้นจึงนำบทประพันธ์นี้มาสร้างเป็นละครเวทีเป็นครั้งแรกในชื่อว่า สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล

 

 

 

 

จุดแข็งของ สี่แผ่นดิน ประการแรกคงจะหนีไม่พ้นเครดิตของผู้สร้างอย่าง  คุณบอย-ถกลเกียรติ  ที่ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าในการสร้างละครเวทีแนวมิวสิคัล และที่สำคัญละครเวทีของ คุณบอย-ถกลเกียรติ เกือบทุกเรื่องนั้นจะต้องได้ถูกผลักเข้าไปสู่กระแสใหญ่ๆของมวลชนอย่างแน่นอน ประการที่สอง เห็นจะเป็นเรื่องของบทประพันธ์ สี่แผ่นดิน ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบทประพันธ์นี้อยู่คู่กับคนไทยมานาน หลายๆคนคุ้นเคยและประทับใจทั้งตัวบทประพันธ์ที่เป็นหนังสือ หรือแบบละครโทรทัศน์ การที่นำเอาเรื่อง สี่แผ่นดินมานำเสนอจึงเป็นการที่ง่ายที่จะให้ผู้ชมทั้งหลายคุ้นเคยและรู้จัก

 

 

 

 

จุดแข็งที่สำคัญประการที่ สามคือ ตัวนักแสดง ซึ่งได้นักแสดงที่มากความสามารถอย่าง คุณนก-สินจัย เปล่งพานิช ที่รับบท “แม่พลอย” ประกบกับ คุณ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ ในบท “คุณเปรม” และรัดเกล้า อามระดิษ ในบท “แม่ช้อย” และก็เชื่อได้ในฝีมือของทั้งสามคนนี้ นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วยศิลปินจากเวที เดอะสตาร์ ซึ่งถือได้ว่ามีฐานแฟนคลับไม่น้อยเช่นกัน ประกอบด้วย นภัทร อินทร์ใจเอื้อ (กัน เดอะสตาร์),อาณัตพล ศิริชุมแสง (อาร์ เดอะสตาร์), สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี (สิงโต เดอะสตาร์), ยุทธนา เปื้องกลาง (ตูมตาม เดอะสตาร์)ถือว่ารวมเอาแชมป์เดอะสตาร์มาประชันกันเลยจริงๆ

 

 

 

 

 

 

ร่วมด้วย พิมดาว พานิชสมัย หรือ มัดหมี่ ที่เล่นคู่กับ กัน เดอะสตาร์ ในบทของ “แม่พลอยกับคุณเปรม” และอีกคนที่น่าจับตามองอย่างมากก็คือ ณัฐนิช รัตนเสรีเกียรติ หรือน้องพินต้าจากเวที The Trainer ซึ่งน้องพินต้านี้แค่งานแถลงข่าวก็ทำเอาผู้ชมผู้ฟังขนลุกกันไปตามๆกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

การแข่งขันอันดุเดือดของทั้งสองยักษ์ใหญ่ทั้ง ดรีมบอกซ์ และ ซีเนริโอ คงจะเป็นการจุดประกายให้วงการละครเวทีของไทยพัฒนาไปข้างหน้าให้เทียบเคียงกับสากล แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลดีและเป็นประโยชน์กับเราผู้ชมผู้ฟังอย่างแน่นอน

สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นเทศหรือไทย Fame หรือ สี่แผ่นดิน แต่ทั้งสองก็คือผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากคนไทย