เมื่อละครมันดัง เพลงประกอบจะไม่ดังได้ไง (1)

Home / สกู๊ปมิวสิคเอ็มไทย / เมื่อละครมันดัง เพลงประกอบจะไม่ดังได้ไง (1)

เมื่อละครมันดัง เพลงประกอบจะไม่ดังได้ไง (1)

ถ้าจะพูดถึงรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความ นิยมจากคนไทยมาตลอด คงจะหนีไม่พ้นละครโทรทัศน์ ซึ่งก็คือ รายการทางโทรทัศน์ที่มีบทละครและเรื่องราว ไม่รวมถึงรายการจำพวก กีฬา ข่าว เรียลลิตี้โชว์ เกมโชว์ สแตนอัพคอเมดี้ และวาไรตี้โชว์ โดยละครโทรทัศน์โดยมากจะมีหลายตอน เน้นความบันเทิงเป็นหลัก เพื่อการรับชมภายในเคหสถาน



นักแสดงที่ แสดงในละครโทรทัศน์จะใช้หลายมุมกล้อง บางครั้งนักแสดงจะไม่ทราบว่าเมื่อไรกล้องจะจับภาพ ทางด้านบทละครโทรทัศน์ ต้องมีความละเอียดทุกขั้นตอนกว่าละครเวที เพราะบทโทรทัศน์เป็นตัวกำหนดมุมกล้อง กำหนดฉาก การแต่งกายของผู้แสดง ดนตรี เสียงประกอบ และบางเรื่องยังมีคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาเพื่อความสมจริงอีกด้วย



ละครโทรทัศน์สร้างสีสันให้กับสังคมไทยมา ช้านานและก็ยังรวมไปถึงการสร้างสีสันให้กับวงการเพลงไทยด้วย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าละครโทรทัศน์นั้นจะว่าทุกเรื่องก็ได้ ต้องมีเพลงประกอบละคร และถ้าหากละครนั้นได้รับความนิยม โด่งดังแล้วละก็ เพลงประกอบละครก็จะได้รับความสนใจด้วย



จากอดีตถึงปัจจุบันเพลงประกอบละครที่ได้ นำไปประกอบละครนั้น โดยส่วนมากย่อมต้องมีเนื้อหาที่ผูกอยู่กับตัวละครบ้าง ผูกกับเนื้อเรื่องบ้าง หรือผูกกับบทสรุปของเรื่องบ้าง ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เพลงสร้างความมีส่วนร่วมกับเพลงของผู้ชมกับละครมากขึ้น และถ้าละครเรื่องนั้นเกิดได้รับความนิยมแล้ว เพลงประกอบก็เหมือนเป็นเพลงที่ติดเข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมอย่างง่ายดาย



เราจะขอยกตัวอย่าง ละครและเพลงประกอบ 20 เรื่อง 20 เพลง ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาให้ชาว Mthai ได้ฟังกัน



คู่กรรม

 

 

 

 

คู่กรรม เป็น นวนิยายรักประเภทโศกนาฏกรรมที่มีฉากหลังเป็นประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ของทมยันตี ซึ่งในปีพ.ศ. 2533 ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 โดย ดาราวีดีโอ นำแสดงโดยธงไชย แมคอินไตย์ รับบทเป็น โกโบริ กมลชนก โกมลฐิติ รับทเป็น อังศุมาลิน  ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบทเป็น วนัส


คู่กรรมได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและ ถือได้ว่าเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ละครโทรทัศน์ไทยและ ส่งผลให้เพลงประกอบละครดังทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งเพลงนี้แต่งคำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์คำร้อง-ผู้กำกับภาพยนตร์) ประจำปีพุทธศักราช 2536 และทำนองโดย จำรัส เศวตาภรณ์  อดีตสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ มีชื่อเสียง






 

 

ดาวพระศุกร์

 

 

ดาวพระศุกร์ บทประพันธ์ ของอักษราพันธ์ และบทโทรทัศน์ โดย ภาวิต-ลุลินารถ กำกับการแสดง โดย สยาม สังวริบุตร  ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 โดย ดาราวีดีโอ นำแสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท ภาคย์ และ สุวนันท์ (คงยิ่ง) ปุณณกันต์    รับบท ดาวพระศุกร์   และยังมี  สาวิกา ไชยเดช หรือ พิงค์กี้ ที่แจ้งเกิดกับบทของ ดาวพระศุกร์ตอนเด็กด้วย


ดาวพระศุกร์ ในเวอร์ชั่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แม้ว่าจะมีการนำมาทำใหม่อีกแต่ก็ไม่สามารถโค่น เวอร์ชั่น หนุ่ม-กบ ได้ ซึ่งเพลงประกอบนั้น ประพันธ์โดย ครุมนัส ปิติสานต์ ขับร้องโดย ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์        








มนต์รักลูกทุ่ง


 

 

มนต์รักลูกทุ่ง เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากบทประพันธ์เรื่อง “มนต์รักลูกทุ่ง ” ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ โดยใช้นามแฝงว่า “มหศักดิ์ สารากร” โดยมิตร ชัยบัญชา มีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องด้วย  ทำรายได้ถล่มทลายจากทั่วประเทศถึง 13 ล้านบาทและฉายติดต่อกันนาน 6 เดือน ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซียม จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2513 คู่พระ-นาง คือไอ้คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา กับเพชรา เชาวราษฎร์ ส่วนคู่รอง คือแว่น กับบุปผา รับบทโดย ศรีไพร ใจพระ กับบุปผา สายชล


มนต์รักลูกทุ่ง มีการนำกลับมาทำใหม่เป็นละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2538 ทางช่อง 7 สี โดย ดาราวีดีโอ ซึ่งมียอดผู้ชมมากมาย และเพลงประกอบละครก็ขายกันระเบิดเถิดเทิง นำแสดงโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง  รับบท ไอ้คล้าว  ,ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ทองกวาว   ,อนันต์ บุนนาค  รับบท ไอ้แว่น   และรัชนีกร พันธุ์มณี  รับบท บุปผา โดยเฉพาะ น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ก็ได้แจ้งเกิดกันอย่างเต็มตัว


เพลงประกอบตั้งแต่เป็นภาพยนตร์มีจำนวน 14 เพลง เป็นเพลงลูกทุ่ง ซึ่งเพลงในภาพยนตร์ทั้ง 14 เพลงยังนำมาใช้ในละครด้วย เช่นเพลง มนต์รักลูกทุ่ง, สาวนาคอยคู่, อาลัย, สิบหมื่น, น้ำลงนกร้อง, นกร้องน้องช้ำ, น้อยใจรัก, แม่ร้อยใจ เป็นต้น      


 



 

 


สายโลหิต

 

 

 

เป็นบทประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ ที่กล่าวถึงในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ว่าด้วยเรื่องของสงครามและความรัก จากความผูกพันฉันญาติกลายมาเป็นความรักท่ามกลางฉากหลังของการเสียกรุงครั้งที่ 2 ผลิตโดย ดาราวิดิโอ นำแสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์ และสุวนันท์ (คงยิ่ง) ปุณณกันต์  คู่ขวัญของช่อง 7 ในช่วงเวลานั้น กระแสของคู่ขวัญพระนางคู่นี้ดังมาก พูดได้ว่าแสดงคู่กันเรื่องไหนดังทุกเรื่อง


เพลงประกอบละครเรื่องนี้ ได้ สุทธิพงษ์ วัฒนจัง มาทำหน้าที่แต่ง ซึ่งเราจะรู้จักกันในชื่อของ ชมพู ฟรุ๊ตตี้ นักร้องนำของวงฟรุ๊ตตี้ วงดนตรีสตริงชื่อดังของไทยยุค 80 และเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ของ อาร์เอส

 

 

 



 

 


ทรายสีเพลิง

 

 

ทรายสีเพลิง เป็นนวนิยายที่แต่งโดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม ซึ่งเป็นนามปากกาของนันทพร ศานติเกษม ทรายสีเพลิงได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารสกุลไทยในปี พ.ศ. 2535 ก่อนที่จะรวมเล่มในปี 2536 นวนิยายเรื่องนี้ได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 ในปี 2539 นำแสดงโดย ลลิตา ปัญโญภาส, วิลลี่ แมคอินทอช, ยุทธพิชัย ชาญเลขา, สินิทรา บุญยศักดิ์ และเพ็ญเพชร เพ็ญกุล


เพลงประกอบเรื่องนี้ มีเพลงหนึ่งที่ดังมาก ซึ่งเป็นเพลงที่ไม่ได้ขึ้นตอน ไตเติ้ล ชื่อเพลงว่า “เหงา” ซึ่งตอนนั้นถือว่าแรงและดังอย่างมาก

 

 




 

 

รักเดียวของเจนจิรา

 

 

  รักเดียวของเจนจิรา เป็นเรื่องราวดัดแปลง โดยอาศัยเค้าโครงเดิม คือ Jane Eyre จากบทประพันธ์ของ Charlotte Bronte ซึ่งใช้ชื่อแบบไทยว่า รักเดียวของเจนจิรา เป็นบันทึกเรื่องราวจากความทรงจำของหญิงสาวที่ไร้ญาติขาดมิตร ต้องระเหเร่ร่อน พบกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้น เจนจิรา ก็บากบั่นต่อสู้ ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ โดยปราศจากอคติใดๆแม้กับผู้ที่มุ่งร้าย และสร้าง ความทุกข์ให้กับเธออย่างแสนสาหัส กำกับการแสดง ชูศักดิ์ สุธีรธรรม นำแสดงโดย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค – เจนจิรา ,วิลลี่ แมคอินทอช – เจ้ารังสิมันต์ เรื่องนี้ถือว่าแจ้งเกิดให้กับ จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เลยก็ว่าได้


เพลงประกอบละครเรื่องนี้ถือว่ามีความ ไพเราะจนโด่งดังพอๆกับตัวละครซึ่งถือว่าเป็นละครเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ ได้ไปถ่ายทำที่ประเทศพม่า







เพลงผีบอก

 

 


ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 5 ปี 2543นำแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ,ชาคริต แย้มนาม ,ชลิตา เฟื่องอารมณ์ เพลงผีบอกเป็นละครแนวสยองขวัญ สั่นอารมณ์เรื่องใหม่ของบริษัทแอ็กแซ็กท์ เขียนบทโดยศุภชัย สิทธิอำพรพรรณกำกับการแสดงโดย ฉัตรชัยสุรสิทธิ์ โดยมีพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงรับบทผีที่มีเบื้องหลังความแค้นที่ฝังแน่น


ละครเรื่องนี้สิ่งที่ทุกคนจดจำได้มากก็คือเพลงประกอบละครซึ่งในช่วงนั้นถือว่าโด่งดังมาก






เปาบุ้นจิ้น

 

 

เปาบุ้นจิ้น เป็นละครซีรี่ส์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเปาบุ้นจิ้น เจ้าเมืองไคเฟิง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในสมัยราชวงศ์ซ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้คนในยุคปัจจุบันมากที่สุด จนได้รับฉายาว่า เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม โดยนำเนื้อเรื่องบางส่วน จากวรรณกรรมเรื่อง “7 ผู้กล้า 5 ผู้ทรงธรรม” 


ภาพยนตร์จีนชุดเปาบุ้นจิ้น ฉบับที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือชุด “เปาชิงเทียน” ที่เสนอฉายทางสถานีโทรทัศน์หัวซื่อของไต้หวัน เมื่อปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) ซึ่งนำเข้ามาเสนอฉายในประเทศไทยโดย สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในเวลา 20.30 น. ทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ เมื่อราวปี พ.ศ. 2538 (ต่อมาออกอากาศเพิ่ม ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี ในเวลาเดียวกัน     


เพลงประกอบเรื่องเปาบุ้นจิ้นนี้ มีสองเพลงที่โด่งดังนั่นก็คือเพลงตอนไตเติ้ลกับเพลงที่เปิดตอนจบของเรื่อง โดยเฉพาะเพลงตอนจบนั้นโด่งดังมาก แม้ว่าจะเป็นเพลงภาษาจีนก็ตาม





 


สาวน้อยคาเฟ่

 

 

ในปี พ.ศ. 2543 สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ร่วมกับบริษัทควิซแอนด์เควสจำกัด เสนอละครโทรทัศน์เรื่องใหม่ ในชื่อ สาวน้อยคาเฟ่ เขียนบทโทรทัศน์ โดย วรรณึก จากบทประพันธ์ของอาริตา จากชื่อเรื่องเดิมคือ สะไภ้คาเฟ่ กำกับการแสดงโดย ชูศักดิ์ สุธีรธรรม ช่วยกำกับการแสดงโดย อานนท์ สุวรรณเครือ ออกอากาศทางช่อง 3 ปี พ.ศ. 2543
ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์  นำแสดงโดย จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค และ จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร


ละครเรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกในประเทศ ไทยที่มีบทนางเอกเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งนับว่าเป็นละครที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้เรตติ้งตอนจบไปถึง25 และขายเทปรวมเพลงละครได้มากกว่าหนึ่งล้านตลับ ถีบให้จอย ศิริลักษณ์เป็นนางเอกที่มีค่าตัวแพงที่สุดในสมัยนั้น





 


สะใภ้ไร้ศักดินา

 


ถัดมาเพียงปีเดียว ทีวีซีนก็สร้างละครเพลงลูกทุ่งเรื่องสะใภ้ไร้ศักดินา ขึ้นมาโดยมีเบนซ์ พรชิตารับบท ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากไม่แพ้สาวน้อยคาเฟ่ ได้เรตติ้งตอนจบถึง23ส่งผลให้เบนซ์มีคิวเดินสายไปตลอดหนึ่งปี และเป็นนางเอกแถวหน้าของช่องสามอีกคนหนึ่ง


อีกทั้งเพลงโดเรมียังฮิตจนเป็นสถิติว่าเป็นเพลงที่ถูกเปิดในคาราโอเกะมากที่สุด




 

 


รักใสๆหัวใจ4ดวง  (F4)

 

 

 


ภาพยนตร์ละครเรื่อง รักใสใสหัวใจ 4 ดวง ภาค 1 – 2 (Meteor Garden I & II) นั้นเป็นเรื่องที่เอาวงบอยแบนด์จากไต้หวัน ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ เจอร์รี่ (Jerry), วิก (Vic), เคน (Ken) และ แวนเนส (Vanness) มาแสดงซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากทั่วเอเชีย ซึ่งในประเทศไทย ได้มีการแพร่ภาพออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อ พ.ศ . 2545 และก็ได้รับความนิยมแทรงหน้าละครไทยในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก


เนื่องจากเป็นละครที่เอาวงบอยแบนด์มาแสดงเพลงของ เรื่องจึงเป็นเพลงที่ผลักและดันทั้งตัวละครและตัวศิลปินให้โด่งดังอย่างมาก โดยเฉพาะเพลงตอนไตเติ้ลที่ตอนนั้นโด่งดังและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก





 

 

 

 

ติดตามต่อตอนที่ 2 ได้ เมื่อละครมันดัง เพลงประกอบจะไม่ดังได้ไง (2)