เกาหลีเตรียมออกกฏหมายแบนลิปซิงค์

Home / ข่าววงการเพลง / เกาหลีเตรียมออกกฏหมายแบนลิปซิงค์

เกาหลีเตรียมออกกฏหมายแบนลิปซิงค์

ยุคสมัยของการ “ลิปซิงค์” ในวงการเพลงเกาหลีใต้อาจจะกำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนได้ยื่นเอกสารต่อรัฐบาล หวังออกกฎหมายเพื่อแบนการแสดงลิปซิงค์ รวมทั้ง “แฮนด์ซิงค์” บนเวทีคอนเสิร์ตให้หมดไปจากวงการเพลง
      
      

 

เป็นที่วิจารณ์กันอยู่พอสมควรในวงการเพลงเกาหลีใต้ สำหรับการแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตด้วยวิธีการ ลิปซิงค์ หรือ แฮนซิงค์ (แสดงท่าทางเล่นดนตรีบนเวทีคอนเสิร์ต แต่ความจริงเสียงเพลงมาจากการเปิดเพลงที่มีการบันทึกเสียงเอาไว้ก่อนหน้านั้นแทน) ซึ่งถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อในระยะหลัง จนกระทั่งล่าสุดกลุ่มการเมืองแนวอนุรักษ์นิยมอย่าง “พรรคเสรีก้าวหน้า” (Liberty Forward Party: LFP) ได้ยื่นกฎหมายเพื่อหวังยุติการกระทำที่เป็นการ หลอกลวง คนดูในลักษณะนี้แล้ว
       
        

โดยในวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภา อีมยองซู สังกัดพรรค LFP ได้ยื่น “กฎหมายการแสดงในที่สาธารณะ” ฉบับใหม่ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า ลิปซิงค์หรือแฮนด์ซิงค์คือสิ่งผิดกฏหมาย !!!
      
       รายละเอียดของกฏหมายระบุว่าห้ามศิลปินใช้วิธีการลิปซิงค์หรือ แฮนด์ซิงค์ระหว่างการแสดงเชิงพาณิชย์ นอกจากนั้นยังห้ามไม่ให้สถานีโทรทัศน์แพร่ภาพการแสดงของศิลปินในลักษณะดังกล่าว หากเป็นการแสดงที่ตัวของศิลปินได้รับค่าจ้าง หากฝ่าฝืนผู้มีความผิดอาจจะต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี, ปรับเงิน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป หรืออาจจะทั้งจำทั้งปรับก็ได้
      
     

  โดยกฎหมายยังมีข้อยกเว้น สำหรับกรณีที่ศิลปินไม่สามารถหลีกเลี่ยงการลิปซิงค์หรือแฮนด์ซิงค์ได้จริง ๆ ก็ต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนผู้ชมการแสดงได้รับทราบล่วงหน้าก่อนหน้าจะมีการแสดงครั้งนั้น ๆ ไป
      
      

 เกาหลีกับกฎหมายแบนลิปซิงค์ : ส่งเสริมหรือทำลายวงการเพลง ?
       
      

 

 ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อ “วุฒิสมาชิกอีมยองซู”ผู้เสนอกฎหมาย ยังแสดงความเห็นว่า เขาต้องการให้กฎหมายฉบับนี้แก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมเพลง ที่ขณะนี้เต็มไปด้วยศิลปินแนวไอดอลที่เน้นการเต้นรำมากกว่าจะเป็นการร้องเพลง
       
      

“ในอดีตที่ผ่านมา คนดูมีโอกาสได้รับชมการแสดงของศิลปินจากหลากหลายแนวทั้งเพลงบัลลาด, เพลงเต้นรำ หรือเพลงทร็อต แต่ตอนนี้เรามีแต่คณะไอดอลแนวเต้นรำที่ได้รับความสนใจ ศิลปินในแนวทางนี้เป็นนักร้องที่ทุ่มเทการฝึกฝนเพื่อการแสดงทางภาพลักษณ์ มากกว่าจะเป็นทางด้านความสามารถทางการร้องเพลงเป็นหลัก” อีมยองซู กล่าว
       
     

  เขายังอ้างอิงการแสดงในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ว่าเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้ประเทศจีนสามารถออกกฏหมายต่อต้านการลิปซิงค์สำเร็จมาแล้ว
       
      

“ยกตัวอย่างในโอลิมปิกที่ปักกิ่งเมื่อปี 2008 มีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ผู้กลายเป็นที่สนอกสนใจหลังจากเธอได้มีโอกาสร้องเพลงในพิธีเปิด แต่กลายเป็นว่ามีเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวอีกคนหนึ่ง ที่อยู่หลังฉาก เป็นคนร้องเพลงตัวจริง แม้มันจะน่าอาย แต่จีนก็สามารถทำงานจนตรากฎหมายเพื่อแบนการลิปซิงค์ได้ในที่สุด”
       
      

 “เมื่อกลับมามองที่ประเทศของเรา คนจำนวนมากซื้อตั๋วราคาแพงเพื่อชมการร้องเพลง หรือเล่นดนตรีของศิลปิน แต่การใช้วิธีลิปซิงค์หรือแฮนด์ซิงทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาในวงการ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของอุตสาหกรรมดนตรี เราออกกฎหมายฉบับนี้ก็เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้นั่นเอง”
       
      

 กฎหมายการแสดงในที่สาธารณะ กลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่บุคลากรวงการดนตรี รวมถึงเหล่าผู้ฟังอย่างรวดเร็ว และขณะนี้ก็ยังมีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่ากฎหมายแบนลิปซิงค์เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ก็ยังมีคนไม่เห็นด้วย และมองว่ามันจะทำให้วงการเพลงที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นต้องสดุดลงอย่างไม่จำเป็น
       
      

“มันไม่ใช่เรื่องเลยที่นักร้องได้เงินมากมายจากการแค่ลิปซิงค์ในคอนเสิร์ต” เป็นความคิดเห็นของชาวเกาหลีใต้ ที่ถ่ายทอดผ่านเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเห็นด้วยกับกฏหมายฉบับนี้
       
      

ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย ก็คิดว่ากฎหมายแบนลิปซิงค์จะเป็นอุปสรรค ต่อวงการดนตรีเกาหลีใต้ที่กำลังรุ่งเรืองเสียเอง “มีศิลปินหลายกลุ่มหลายคน ที่มีการแสดงซึ่งค่อนข้างจะเน้นหนักไปที่การเต้น และกลุ่มศิลปินไอดอลเหล่านี้นั่นแหละ ที่เป็นกำลังสำคัญต่อกระแสคลื่นบันเทิงเกาหลี การถูกขัดขวางด้วยกฎหมายแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย” ชาวเกาหลีใต้ที่คัดค้านแสดงความเห็นในโลกออนไลน์

 

 

SM Entertainment ยอมรับว่า SNSD ลิปซิงค์ในคอนเสิร์ตที่ไต้หวัน แต่ก็ยืนยันว่าเป็นสำหรับการแสดงในบางเพลงที่มีท่าเต้นยาก ๆ เท่านั้น

 

 

กลุ่มหนุ่ม ๆ CN Blue เป็นศิลปินที่เผชิญหน้ากับข้อกล่าวหา แฮนซิงค์ มากที่สุด พวกเขาอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า แฮนซิงค์ จะถูกใช้สำหรับการแสดงในรายการโทรทัศน์ที่มีข้อจำกัด จนไม่สามารถแสดงสดได้เท่านั้น

 

 

เหตุการณ์ในพิธีเปิดโอลิมปิกเมื่อปี 2008 อันกลายเป็นที่มาของกฏหมายแบนลิปซิงค์ในเมืองจีน

 

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/