สนุก ครบทุกรส Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา 72 ปี “ต้อย เศรษฐา”

Home / ข่าววงการเพลง / สนุก ครบทุกรส Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา 72 ปี “ต้อย เศรษฐา”
MUSIC NEVER DIES by เศรษฐา ศิระฉายา คีรีบูน น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ รอยัลสไปร้ทส์ วงดิอินโนเซ้นท์ วงฟรุ้ตตี้ เศรษฐา ศิระฉายา แมคอินทอช

ยังคงสร้างความสุขความสนุกให้กับแฟนเพลงไม่มีหยุด สำหรับ นักร้องรุ่นลายคราม และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีไทย-สากล (ขับร้อง) ปี 2554 เศรษฐา ศิระฉายา กับคอนเสิร์ตครบ 6 รอบ อายุครบ 72 ปี ในชื่อคอนเสิร์ต “Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา” โดยมี สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และ โตโยต้า ร่วมสร้างความสุข เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน โดยงานนี้ เศรษฐา ชวนเพื่อนวงดิอิมพอสสิเบิ้ลส์ มาร่วมแจม พร้อมกับ 5 วงดนตรีขวัญใจวัยเรียนกางเกงขาบาน อาทิ วงรอยัลสไปร้ทส์, วงแมคอินทอช, วงดิอินโนเซ้นท์, วงฟรุ้ตตี้ และ คีรีบูน ถือเป็นการรวมตัวครั้งแรกของศิลปินระดับตำนานทั้ง 6 วงดนตรีสตริงคอมโบ้ บนเวทีคอนเสิร์ตเดียวกัน กว่า 40 บทเพลง ที่นำมาขับกล่อมให้ฟังกันตลอดเวลากว่า 3 ชั่วโมง

 

 

เปิดคอนเสิร์ตด้วยการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” มาขับร้องให้ฟังโดยศิลปินทุกคนร่วมกันร้องเพลงนี้ เป็นการเปิดคอนเสิร์ตด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากนั้น เศรษฐา จึงขอร้องเพลง “เหมือนเคย” สร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงเป็นอย่างมาก จากนั้น เศรษฐา ชวนเพื่อนสมาชิก วงดิอิมพอสสิเบิ้ลส์ วินัย พันธุรักษ์ และ พิชัย ทองเนียม มาร่วมรำลึกเพลงของวงอิมฯ ที่นำมาทำเป็นเมดเล่ย์ ทั้งเพลงที่คุ้นหูและไม่คุ้นหู บางเพลงเป็นเพลงที่ไม่ได้ร้องมานานมากแล้ว อาทิเพลง หัวใจเหิร-วนาสวรรค์-สกุณา และเพลง ว้าเหว่ ก่อนจะส่งต่อให้กับศิลปินวงแรก รอยัลไสปร้ทส์ สุนทร สุจริตฉันท์, เสริมเวช ช่วงยรรยง และ อำนาจ ศรีมา ที่มารำลึกความหลังครั้งประกวดวงดนตรีคู่แข่งกับวงดิอิมพอสสิเบิ้ลส์ด้วย กับ “เมดเล่ย์ Samba pa ti – Crocodile Rock – รักสิบล้อรอสิบโมง” ที่กระตุกต่อมให้ได้ขยับแข้งขยับขากันทีเดียว จากนั้น พี่จี๊ด สุนทร ก็โชว์เพลงช้าของวงกับเพลง “ให้” มอบให้เจ้าของคอนเสิร์ตเป็นพิเศษอีกด้วย โดยมีพิธีกรหน้ากวน น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา มาเป็นโฆษกประจำตัวให้เศรษฐาอีกด้วย


วงดิอิมพอสสิเบิ้ลส์ ออกมาขับกล่อมเพลงให้แฟนเพลงระลอก 2 กับเพลง ความรักเพรียกหา (วินัย), รักไม่รู้ดับ (วินัย+พิชัย), หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม และ เป็นไปไม่ได้ โดยมี น้าเน็ก ร่วมสัมภาษณ์พูดคุย และหยอดมุขแซวเรียกเสียงฮาตลอดคอนเสิร์ต ถึงคิว วงแมคอินทอช วงดนตรีที่เดินตามรอยวงอิมฯ กับการร่วมร้องและเล่นในภาพยนตร์หลากหลายเรื่อง และเพลงส่วนใหญ่ก็ดังมาจากภาพยนตร์ซะด้วย นำทีมมาโดย เหมียว-สมบัติ ขจรไชยกุล, ต้น-วงศกร รัศมิทัต ที่มาตีกลอง และเล่นกีตาร์ ในบทเพลงดังของวงอย่าง “ใจสยิว”, “วันวานยังหวานอยู่”

 

 

เล่นเอาทั้งฮอลล์ ร้องตามกันตลอดทุกเพลง จน เศรษฐา ออกมาร้องเพลง “หนาวเนื้อ” รวมถึงบทเพลงที่เกี่ยวกับทะเล เพราะเพลงของวงอิมฯ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องกับทะเลหลายเพลง ครั้งนี้เศรษฐา ก็เลยจับเพลงทะเลมารวมมิกซ์กัน ทั้งเพลงที่ได้ยินกันบ่อยๆ และเพลงที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู อาทิ “เพลงรักทะเลใต้-เริงทะเล-ทะเลเปี่ยมรัก-หาดสีทอง-ทะเลไม่เคยหลับ” เรียกว่าฟังแล้ว อยากจะไปเที่ยวทะเลกันเลยทีเดียว และเศรษฐา ก็ยังได้แก้เผ็ด น้าเน็ก ด้วยการจัดเก้าอี้แบบริงไซด์ นั่งชมบนเวที ให้ฟังเพลงที่น้าเน็กบอกว่า ชื่นชอบมาก เจ็บใจตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว ที่ตั้งใจไปฟังเพลงนี้ แต่เศรษฐา ไม่ยอมร้องให้ ครั้งนี้ เศรษฐา ก็เลยจัดพิเศษ ให้ฟังกันบนเวทีเลยกับเพลง “เริงทะเล” เล่นเอาน้าเน็ก ลงไปกราบเลยทีเดียว
จากนั้นส่งไม้ต่อให้กับวงขวัญใจนักเรียนอย่าง วงดิอินโนเซ้นท์ ที่มี โอม-ชาตรี คงสุวรรณ และ สายชล ระดมกิจ มาร้องและเล่นกีตาร์ให้ฟังกับเพลง “เห็นใจกันหน่อย” และ “มนต์ไทรโยค” ซึ่งสร้างบรรยากาศได้ครึกครื้น ผู้ชมออกมาต่อแถวยาวเป็นรถไฟตามบทเพลงอย่างสนุกสนาน รวมทั้งวงดิอินโนเซ้นท์ได้ร้องดูเอทกับเจ้าของคอนเสิร์ต ในเพลง “เพียงกระซิบ” ก่อนจะขอพักเบรกคอนเสิร์ตไปให้น้ำให้ท่า แล้วค่อยมาบรรเลงกันต่อ

 


กลับมาช่วงที่ 2 ของคอนเสิร์ต เศรษฐา ออกมาโซโล่เดี่ยวกับเพลงสากล “Sound of Silence” และเพลง “Scarborough Fair” + “ชื่นรัก” กับการบรรเลงแบบ อันปลั๊ก โชว์เครื่องสายอย่างไพเราะ และน่าฟัง สร้างความประทับใจเป็นอย่างนั้น จากนั้น ต่อด้วยการกระชากอารมณ์ กับท่วงทำนองคึกคักที่เรียกความสนุกสนานกับเพลง “Take Me Home Country Roads” พร้อมกับศิลปินทุกคนออกมาร่วมร้องและร่วมเล่นกับคนดู จากนั้นเป็นคิวของ อ๊อด คีรีบูน ที่ชื่นชอบในน้ำเสียงนุ่มนวลของเศรษฐา จึงได้ถ่ายทอดน้ำเสียงอันนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ออกมากับบทเพลง “เปาะแปะ” และ “รอวันฉันรักเธอ”
วินัย พันธุรักษ์ ออกมาโชว์เดี่ยวกับเพลง “คำสุดท้าย” เพลงประจำตัว ก่อนจะส่งต่อให้ เศรษฐา ออกมาร้องอีก 2 เพลงรวดกับเพลง “ความรักครั้งสุดท้าย” และ “ยอดเยาวมาลย์” ที่ยังคงหวานนุ่ม และน่าฟัง ทำเอาศิลปินรุ่นหลังๆ อิจฉาในน้ำเสียงอันนุ่มนวล โดยเฉพาะศิลปินวงสุดท้าย ที่เจ้าตัวบอกว่า พยายามเลียนแบบตลอดเวลา ชมพู-ปิง คู่หูแห่งวงฟรุ้ตตี้ กับเพลง “คนข้างเคียง” และ “ผมไม่วุ่น” งานนี้..น้าเน็กจึงขอให้ชมพูร้องเพลงคู่กับเศรษฐา เป็นการพิสูจน์ว่าเป็นเงาเสียงเศรษฐา จริงหรือไม่…

 


ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต เศรษฐา ศิระฉายา มอบบทเพลงรักให้ทุกคนกับเพลง “อาลัยรัก” และ “โอ้รัก” รวมทั้ง เพลงเมดเล่ย์สนุกๆ “หนึ่งในดวงใจ-งัวหาย-ใจร้ายก็บอก” เรียกว่าสนุกสนาน และเต็มไปด้วยความไพเราะไม่แพ้คอนเสิร์ตวัยรุ่นเลยทีเดียว ก่อนจะปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยบทเพลงรวมศิลปินที่อยากจะส่งต่อความสมัครสมานสามัคคีให้กับทุกคน กับบทเพลง “ใจประสานใจ” เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความสุข สนุกสนาน ประทับใจ และยิ่งใหญ่สมกับคอนเสิร์ตครบ 72 ปีของผู้ชายชื่อ เศรษฐา ศิระฉายา