สนุกสุดมันส์ สมการรอคอย กับ 2017 KIM JAEJOONG ASIA TOUR in Bangkok ‘The Rebirth of J’

Home / ข่าววงการเพลง / สนุกสุดมันส์ สมการรอคอย กับ 2017 KIM JAEJOONG ASIA TOUR in Bangkok ‘The Rebirth of J’
2017 KIM JAEJOONG ASIA TOUR in Bangkok ‘The Rebirth of J’ Kim Jaejoong คิมแจจุง

คุ้มค่าการรอคอยกว่า 2 ปีเต็ม กับผู้ชายที่ชื่อว่า “คิมแจจุง” ( Kim Jaejoong ) เพราะทันทีที่เขาหมดภาระกิจรับใช้ชาติออกจากกรมทหาร ก็รีบจัด Asia Tour เอาใจแฟนคลับทันที โดยเริ่มต้นจากประเทศเกาหลี , ญี่ปุ่น , ฮ่องกง สำหรับแฟนคลับชาวไทยก็ไม่น้อยหน้า ทางผู้จัดใจป้ำอย่าง บริษัท ไอเอ็มอี โปรดักชันส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไอมี่ไทยแลนด์ (iME Thailand) ไม่รีรอรีบคว้าตัวพาหนุ่มคนนี้มาเจอกับเหล่าแฟนคลับชาวไทยได้หายคิดถึงกัน กับ 2017 KIM JAEJOONG ASIA TOUR in Bangkok ‘The Rebirth of J’ (2017 คิม แจจุง เอเชีย ทัวร์ อิน แบงคอก ‘เดอะ รีเบิร์ท ออฟ เจ’)

 

 

คอนเสิร์ตเดี่ยวของหนุ่มคิมแจจุง ที่บอกได้เลยว่าจัดเต็ม ทั้งแสง สี เสียง ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา
แค่วินาทีแรกที่หนุ่มคิมแจจุงปรากฎตัวทั่วทั้งอินดอร์สเตเดี้ยมก็สว่างสไวด้วยสีแดงแห่งเรดโอเชี่ยน เขาเปิดตัวมาด้วยคอสตูมสุดเท่และเพลงเพราะๆ อย่าง One Kiss เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์กันเลยทีเดียว

 

 

หลังจากนั้นเขาก็ได้ทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ “ทุกคนสวัสดีครับ ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ ทุกคนแข็งแรงสบายดีนะครับ ไม่ได้พบกันนานแต่ทุกคนก็ยังมาให้กำลังใจกันมากขนาดนี้ ขอบคุณมากๆ เลย” พร้อมทั้งเล่าถึงช่วงเวลาที่เขามาถึงเมืองไทยก่อนหน้าคอนเสิร์ตหนึ่งวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นเขาก็มีโอกาสได้เที่ยวและทานของอร่อย และแอบแซวตัวเองว่ามาเมืองไทยทีไรน้ำหนักขึ้นกลับไปทุกที นอกจากนี้ยังบอกว่าถ้ามีโอกาสก็อยากที่จะไปเที่ยวทะเล พร้อมหยอดคำหวานว่าตอนที่อยู่บนเวทีตอนนี้ก็เหมือนอยู่ที่ทะเล และเสียงกรี๊ดของแฟนๆ ก็เหมือนกับคลื่นที่ซัดเข้ามาหาตัวเขา ปากหวานขนาดนี้จะไม่ให้รักไม่ให้หลงไหวเหรอ

 


พาร์ทที่เรียกเสียงกรี๊ดแบบสุดๆ ก็คงเป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้าโชว์กลางเวทีของหนุ่ม คิมแจจุงนั่นเอง ช็อตนี้สาวน้อยสาวใหญ่ตาลุกวาวกันยกใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่สัมผัสผิวขาวอมชมพูทางสายตา แต่ยังได้อิ่มเอมกับรอยสักอันเย้ายวนใจเป็นของแถมด้วย หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หนุ่มคิมแจจุงก็โชว์แผลบนหน้าอกด้านซ้าย โดยบอกแฟนๆ ว่าเป็นแผลที่ได้จากเครื่องเล่นที่เพิ่งไปเล่นมานั่นเอง ก่อนที่จะชวนแฟนให้ลุกขึ้นมาโยกกันในเพลง Luvholic และต่อด้วย Kiss B ซึ่งแฟนๆ ก็ทั้งเต้น ทั้งร้องตามกันอย่างสนุกสนาน

 


ก่อนที่หนุ่มคิมแจจุง จะพักเหนื่อย พร้อมกับพูดคุยกับแฟนๆ และตัวเขาเองก็สนุกและมีความสุขที่ไม่ว่าจะพูดอะไร แฟนๆ ในฮอลล์ นั้นก็สามารถเข้าใจความหมาย ก่อนที่จะให้แฟนๆ นั่งพักเปลี่ยนบรรยากาศมาฟังเพลงช้าอย่าง Rotten Love และ Let the Rhythm Flow และก่อนที่เขาจะกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งก็มี VTR ถึงแฟนๆ ที่คอยให้กำลังใจทั้งตอนที่เข้ากรมฯ การทำงานต่างๆ พร้อมประโยคสุดซึ้งว่า “ขอบคุณที่รอผมนะครับ” พร้อมกับเพลงเพราะๆ ซึ้งๆ อย่าง 서랍(Drawer) และ Love You To Death แฟนๆ ก็ได้เตรียมโปรเจ็กต์เพื่อต้อนรับการกลับมาของเขา “Welcome Back KJJ” ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกับน้ำตาซึม พร้อมกับเอ่ยปากชมแฟนๆ และประทับใจมากๆ อีกสิ่งหนึ่งที่แฟนๆ นั้นต่างรอคอยนั่นก็คือ Event Dress code ที่บอกได้เลยว่าแฟนคลับไม่มีใครยอมใคร แต่งกันมาจัดเต็มกันสุดๆ บอกได้คำเดียวว่าแฟนไทยเรานี่ไม่แพ้ชาติใดเลยจริงๆ

 


หลังจากที่สนุกสนานกันไปกับ Event Dress code ก็มาต่อกันด้วยเพลงเพราะๆ 원망해요(All I Desire), Run Away, All That Glitters และ Breathing เพื่อความมันส์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เขาก็นำเพลงมันๆ อย่าง Welcome To My Wild World, Good Luck ที่บอกได้เลยว่าแฟนๆ นั้น ทั้งร้องทั้งเต้นตามกัน แบบไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะ Good Morning Night ที่แฟนๆ เรียกร้องกันไปสิบกว่ารอบ งานนี้ทำเอาหนุ่มคิมแจจุง ถึงกับเข่าทรุด หมดแรงกันเลยทีเดียว แม้จะเหนื่อยสักแค่ไหน หนุ่มคิมแจจุงก็ยังมีแรงส่งต่อความมันส์ให้แฟนๆ กันต่อกับเพลง 9+1# ก่อนที่จะกลับเข้าไปพัก

 

 

แฟนๆเห็นหายไปนานก็เลยส่งเสียงกันเรียกแจจุงให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ทนฟังเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ไม่ไหว หนุ่มคิมแจจุงก็ขึ้นมาอีกครั้งกับเพลง Butterfly ซึ่งเขาก็ได้บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรก ที่เขาร้องเพลงนี้ ก่อนที่จะขอบคุณแฟนอีกครั้ง และคอนเสิร์ตครั้งนี้ตัวนี้เขาไม่ได้เป็นคนจัดแต่เป็นแฟนๆ ทุกคน และหวังว่าจะได้เจอกับแฟนๆ อีกครั้ง และจะกลับมาหาแฟนๆ แน่นอน ก่อนที่จะลาไปกับเพลง Just Another Girl ปิดฉากคอนเสิร์ตนี้กันไปด้วยความประทับใจ ซึ้งใจ กับ지켜줄게(I’ll Protect You) และโปรเจ็กต์สุดท้ายอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่แฟนๆ ได้เตรียมไว้ให้หนุ่มคิมแจจุง “อยู่ตรงนี้เสมอ” แทนคำสัญญาของแฟนๆ นั่นเอง ใครที่พลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้บอกได้คำเดียวว่าเสียดายจริงๆ