ลูกทุ่งไอดอล

8 คนสุดท้าย ‘ลูกทุ่งไอดอล’ จากคนธรรมดาสู่เส้นทางนักร้องสายอาชีพ

Home / ข่าววงการเพลงลูกทุ่ง-เพื่อชีวิต / 8 คนสุดท้าย ‘ลูกทุ่งไอดอล’ จากคนธรรมดาสู่เส้นทางนักร้องสายอาชีพ

ถ้าให้พูดถึงรายการแข่งขันประกวดร้องเพลงที่มีรูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจในตอนนี้ จะไม่พูดถึง “ลูกทุ่งไอดอล” ที่กำลังออนแอร์ ทุกวันเสาร์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7HD ก็คงไม่ได้ เพราะตั้งแต่รอบออดิชั่นจากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศไทยที่คัดมาจนได้จำนวน 100 คน ผ่านการทดสอบมามากมายจนเดินทางมาถึงรอบ 8 คนสุดท้าย และพร้อมที่จะมีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง แต่หลังจากนี้เส้นทางความฝันของทั้ง 8 คนยังไม่สิ้นสุด ทุกคนยังต้องแข่งขันกันต่อไปเพื่อความเป็นหนึ่งในการเป็น “ลูกทุ่งไอดอล” หญิงคนแรกของประเทศไทย แต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่า 8 คนสุดท้ายของลูกทุ่งไอดอล กันพอกรุบกริบกันก่อน ว่าใครเป็นใครกันบ้าง?

L1 ไอซ์ – พิทยารัตน์ เสนสอน สาวน้อยวัย 17 ปีจากจ.สมุทรปราการ จากนางร้ายลิเก กับชีวิตวัยรุ่นที่เคยละทิ้ง เพื่อความฝันในการเป็นศิลปิน และอุทิศตนเพื่อการร้องเพลง เจ้าของเพลง – โป๊ะแตก

“ตัดสินใจมารายการนี้เพราะอยากแสดงตัวตนให้ทุกคนได้เห็นค่ะ ซึ่งจุดเริ่มต้นการร้องเพลงมาจากความชอบลิเก คือตอนเด็กชอบดูลิเกมาก ชื่นชอบพระเอกลิเกเลยเริ่มอยากเล่นลิเกดู คุณแม่เห็นว่าชอบมากจึงพาไปเรียนกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นคณะลิเกแถวบ้าน ได้เล่นลิเกตั้งแต่ป.3 จนถึงป.5 ซึ่งบทบาทบางบทนั้นต้องมีร้องเพลงด้วย จึงทำให้ระหว่างเราเล่นลิเก จึงต้องเรียนร้องเพลงเพิ่มด้วย จนมาเริ่มแข่งประกวดร้องเพลงเต็มตัวตอนอายุ 9 ปี เราเลยเลิกเล่นลิเกตั้งแต่แล้วหันมาประกวดร้องเพลงจริงจัง ไอซ์ชอบร้องเพลงมากค่ะ เลยร้องได้หลายแนวค่ะ เช่น ลูกทุ่ง แหล่ ฉ่อย และกำลังหัดลูกกรุงค่ะ เพราะไอซ์ชอบที่จะได้เรียนรู้หลายๆ ศาสตร์วิชาของการร้องเพลง ร้องเพลงมันเข้าสายเลือดไปแล้ว เคยประกวดร้องเพลงบ่อยมาก จนถึงขั้นละทิ้งชีวิตวัยรุ่นของตัวเอง ไม่เคยดูหนัง ไม่เคยเที่ยวกับเพื่อน ทั้งเรียน ทั้งประกวดร้องเพลงไปด้วย ตอนนั้นซ้อมร้องเพลงหนักมากวันละ 2-3 ชั่วโมง เคยบ่นกับแม่ว่าเหนื่อย อยากพัก แต่เพราะว่าเราชอบมันจริงๆ เลยทำต่อไป และคุณแม่ก็ตั้งความหวังอยากให้เรามีชื่อเสียงทางด้านนี้ เราเลยถอยไม่ได้เพราะเรารักมันไปแล้ว”

L2 ผึ้ง – พรทิพย์ ลมูลน้อย นักร้องสาวหล่อสายประกวดจากจ.ลพบุรี ผู้กลัวความผิดหวัง เคยสร้างชื่อบนเวทีดัง แต่ไปไม่ถึงฝัน เลยขอกลับมาทำความฝันในการเป็นศิลปิน เจ้าของเพลง – กอดกันตายในกองไฟ

“จุดเริ่มต้นการร้องเพลงเริ่มจากที่ว่าตอนนั้นเราอายุได้ 2 ปีเกือบจะ 3 ปีแล้ว ยังพูดไม่ชัดเลย แต่พอได้ยินเพลง กุหลาบแดง กลับร้องตาม จนคุณแม่เห็นแววเลยพาเรียนร้องเพลง ซึ่งคุณแม่เป็นชอบเพลงลูกทุ่งอยู่แล้ว ปกติคุณแม่ก็ชอบร้องเพลงของไชยา มิตรชัยอยู่ ยังขอบฟังเพลงแม่ผึ้ง – พุ่มพวง ดวงจันทร์อีกด้วย แต่เขาไม่ได้เป็นนักร้อง เลยกลายเป็นว่าคอยสอนเราให้ฟังและฝึกร้องตาม จนเป็นครูคนแรกของผึ้ง ส่วนพ่อเป็นเคยทำอาชีพนักร้องร้านอาหารเลยจะคอยสอนเทคนิคต่างๆ ให้เสมอ ส่วนจุดเริ่มการประกวด เริ่มตั้งแต่ ป.1 เป็นงานของโรงเรียน เราได้ขึ้นไปร้องเพลงประกวดในวันแม่ จนคุณครูเห็นแววเลยพาประกวดข้างนอกโรงเรียน ตั้งแต่นั้นเลยเป็นนักร้องประจำโรงเรียนตลอดจนถึงปวส. ก็ยังเป็นอยู่ แต่ปัจจุบันไม่ได้ประกวดแล้ว แต่ยังรับร้องเพลงโชว์เรื่อยๆ ปกติเราไม่ค่อยชอบประกวด เพราะมีปมตอนเด็กว่าเราเคยประกวดแพ้เด็กเส้นของเวที เลยไม่อยากผิดหวังอีก แต่ที่ตัดสินใจกลับมาประกวดอีก เพราะอยากลองดูกับรายการรูปแบบใหม่ และสานฝันให้คุณแม่ด้วย เพราะแม่ชอบให้ประกวดร้องเพลง เพื่อชื่อเสียง และประสบความสำเร็จ”

L3 แอมมี่ – ศิริลักษณ์ เภกกิ้ม นักร้องสาวสุดเซ็กซี่จากจ.สุราษฎร์ธานี กับความสามารถรอบด้าน และความฝันที่อยากทำทุกอย่างให้ครอบครัวอยู่สบาย เจ้าของเพลง – ก็มาดิค้าบ

“จุดเริ่มต้นการร้องเพลงเราเป็นคนชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก ไม่มีอะไรเหมาะกับเราเท่าอาชีพนักร้องแล้ว เริ่มร้องเพลงพูดได้ และก็ร้องมาเรื่อยๆ จนได้จับไมค์จริงตอนอายุ 7 ปี และเริ่มประกวดตั้งแต่ 9 ขวบ แต่โดยปกติเราไม่ชอบการแข่งขัน เพราะมันมีข้อกำหนดเยอะ ทำให้ทุกอย่างที่ทำออกมามันไม่ใช่ตัวเรา โดยปกติเราจะทำงานร้องเพลงที่โรงเบียร์ วันจันทร์ – วันเสาร์ เรารักดนตรีมาก มาตั้งแต่เกิด ส่วนทางบ้านสนับสนุนตลอด ส่วนเรื่องฐานะเคยดีกว่านี้ แต่พอเศรษฐกิจมันแย่ เลยทำที่บ้านล้ม หนูเลยตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพราะไม่อยากให้แม่ยืมเงินคนอื่นมาส่งเราเรียน เลยออกมาร้องเพลง ได้วันละ 300-400 บาท จนเก็บเงินได้ เลยตัดสินใจมาลงเรียนอีกครั้งทีรามคำแหง เราทำงานร้องเพลงตามร้านไปเรื่อยๆ จนผู้ใหญ่ในโรงเบียร์เรียกตัวไปทำงานประจำ หนูเลยบอกกับที่บ้านว่าหนูจะส่งน้องเรียน เพราะถ้าหนูเรียนไม่จบไม่เป็นไร แต่น้องต้องเรียนจบ แต่ที่มาประกวดรายการนี้คือแม่อยากให้ไป และมันมีคำว่าไอดอล เพราะเราคิดว่ามันสามารถเป็นตัวเองได้ เราอยากให้ทุกคนชอบในแบบที่เราเป็น

L4 กระต่าย – สโรชา บุญรักษา สาวใต้ขี้อายจากจ.ระนอง ผู้พังทลายกำแพงตัวเอง ก้าวสู่ความกล้าแสดงออกหน้าเวที และความฝันที่ตัวเองรัก เจ้าของเพลง – ไม่มีแผล…แต่เจ็บ

“อยากเป็นนักร้องเพราะจะได้มีเงินเลี้ยงพ่อแม่ ตอนแรกฐานะทางบ้านไม่ได้แย่ค่ะ แต่พอพ่อแม่แยกทางกัน หนูอาศัยอยู่กับแม่ แล้วแม่ต้องทำงานหนักคนเดียว เพื่อส่งหนูเรียน เลยอยากใช้ความสามารถตรงนี้ช่วยให้แม่สบายขึ้น หนูเริ่มประกวดร้องเพลงตั้งแต่อายุ 15 ปี ปกติหนูเป็นคนขี้อายค่ะ เลยประกวดร้องเพลงแค่ 3-4 เวทีค่ะ ไม่เยอะมาก บางทีก็มีไปประกวดทางรายการโทรทัศน์บ้าง แต่ส่วนมากจะแพ้รอบแรก เลยร้องเพลงแค่วงลูกทุ่งของมหาวิทยาลัย ที่จะมีรับงานนอกบ้าง กิจกรรมบ้าง จนน้องๆ ในวงลูกทุ่งเดียวกันที่มหาวิทยาลัยค่ะ ส่งโปสเตอร์รายการนี้มาให้ดูแล้วเห็นว่าน่าสนใจมาก เลยลองมาประกวดอีกครั้งแต่ที่ตัดสินใจมาประกวดรายการนี้ เพราะรูปแบบมันเป็นแบบใหม่ดี ทีแรกคิดแล้วนะคะว่าจะไม่ประกวดที่ไหนแล้ว เหนื่อย เพราะประกวดที่ไหนก็แพ้ แต่พอลองมาก็ทำให้เรากล้าทำอะไรมากขึ้นบนเวที และแสดงออกให้คนอื่นเห็นด้านต่างๆ ของเรา”

L5 ชบาแก้ว – รุ่งนภัสสร มาพล นักร้องสาวสายฮาจากกรุงเทพมหานคร เคยทำเพลงกับค่ายใหญ่มาแล้ว แต่ดันไม่ถึงฝัน ท้อและทิ้งความฝันตัวเองไป แต่วันนี้แข็งแกร่งขึ้นจนยอมกลับมาทำตามฝันอีกครั้ง เจ้าของเพลง – ชุดนอนไม่ได้นอน

“เราเริ่มร้องเพลงตอนอายุ 15 ปี จากการร้องในห้องน้ำเล่นๆ แม่มาได้ยินเลยให้ไปประกวดที่งานวัดข้างๆ บ้าน แล้วเราชนะเลิศ เราเห็นแนวทางว่าได้เงินง่ายดี เลยเดินสายประกวดเลยตั้งแต่นั้นมา จนอายุถึง 17 ปี แล้วก็ได้ประกวดรายการหนึ่งแต่เป็นแนวสตริง ได้ที่ 2 มาเลยได้เข้าไปทำเพลงกับค่ายใหญ่ แล้วได้ออกเพลง แต่ต้องเซ็นสัญญา 5 ปี ทำให้ เราไม่สามารถรับงานอื่นได้เลย เพราะทางค่ายไม่อนุญาต ทำให้สุดท้ายกลายเป็นงานน้อยลง และไม่ประสบความสำเร็จ จนอายุ 20 ปี เราขอออกจากค่ายก่อนสัญญาหมด ค่ายไม่ติดอะไร เราเลยรู้สึกท้อ จนปล่อยตัว และไม่มุ่งมั่นทำตามความฝันในการเป็นศิลปินอีก จนแม่และคนรอบข้างเตือนสติได้ ว่าเวลามันสั้นอยากทำอะไรให้รีบทำ เป็นช่วงที่มาเจอรายการนี้รับสมัครพอดี เลยตัดสินลองมาทำตามความฝันอีกครั้ง”

L6 นะโม – นิตยา แซ่ตั้ง นักร้องสาวผู้รับราชการทหาร กับความฝันในการเป็นศิลปินที่ทางบ้านไม่ยอมรับ แต่ก็พยายามได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อการยอมรับจากครอบครัวเรื่อยมา เจ้าของเพลง – ไม่หลับถ้าไม่ได้ขยับ

“ความฝันในการเป็นศิลปินของหนูมันเริ่มจากการอยากเป็นลิเกในตอนเด็ก เพราะเราชอบของสวยงาม ชอบชุดลิเก เลยอยากเป็นลิเกไปด้วย และในการเล่นลิเกมันจะมีการร้องเพลง เราจึงมักจะชอบร้องเพลงตามตลอด แต่ครอบครัวไม่ได้สนับสนุน เพราะเห็นว่าอาชีพเต้นกินรำกิน มันลำบาก และจะไปทำอะไรได้ แต่หนูชอบในเสียงดนตรีไปแล้ว หนูเลยพยายามพิสูจน์ให้ครอบครัวได้เห็นว่า การเป็นศิลปินมันก็น่าภูมิใจและเลี้ยงที่บ้านได้ เลยเริ่มจากการใช้การร้องเพลงสอบเข้าดุริยางค์ทหารบกจนได้ และตอนนี้หนูก็ได้มาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในรายการนี้ เพื่อความฝันในการมีเพลงของตัวเอง และประสบความสำเร็จ เพื่อที่บ้านจะได้สบายและยอมรับในอาชีพนี้เสียที”

L7 แพรว – รัตนาพร นอสูงเนิน สาวโคราชผู้มีพลังงานเหลือล้น ที่เคยออกเพลงและพูดได้ว่าเป็นศิลปินไปแล้ว แต่กลับต้องถอยหลังมานับหนึ่งใหม่ เพราะความฝันที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย เจ้าของเพลง – เป็นตาสิดู๋

“เคยมีโอกาสได้เป็นศิลปินลูกทุ่งของค่ายหนึ่งมาแล้ว แต่มันยังไม่ถึงจุดที่ประสบความสำเร็จเท่าที่เราตั้งเป้าหมายไว้ เลยต้องพักก่อน จุดเริ่มต้นของการร้อง เราชอบร้องเพลงตั้งแต่จำความได้ สมัยอนุบาลเริ่มจากร้องเพลงบนโต๊ะกินข้าวให้เพื่อนฟัง จนคุณครูมาเห็น เลยเริ่มสอน และส่งประกวดตอนประถม เราก็ประกวดมาเรื่อยๆ จนจบป.6 พอก่อนจะเข้า ม.1 มีครูโรงเรียนมัธยมที่ดูแลวงดนตรีประจำโรงเรียนมาทาบทางเราว่าให้มาเข้าโรงเรียนปักธงชัยสิ ตอนแรกที่เข้าไปเพราะเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ เลยตัดสินใจเข้า ครูเลยจับเราเข้าวงดนตรีโรงเรียนแล้วส่งประกวด แต่ดันตกรอบแรกตลอด แต่ก็มีคนจำเราได้เพราะเราอินเนอร์แรง จนมาม.6 ได้ไปแคสติ้งเข้าค่ายหนึ่ง (อาร์สยาม) จนได้ออกเพลง แล้วก็เงียบหายไปเพราะไม่มีงานและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่เราหวัง แต่เราก็ยังดนตรีอยู่ เคยคิดว่าถ้าไม่ได้เป็นนักร้องคงเป็นคุณครูสอนร้องเพลง หรือเปิดโรงเรียนสอนเอง จนแม่เห็นว่ามีรายการนี้เลยให้เราลองไปอีกครั้ง เราเลยตัดสินใจลองดูอีกที เพราะเป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว จึงลองดูอีกครั้ง”

L8 ใบเฟิร์น – รัตติยาภรณ์ ซาโปร่ง สาวเสียงเอกลักษณ์จากกรุงเทพมหานคร ผู้เคยทุ่มเทกับการร้องเพลง จนเสียงพัง ทำให้ต้องหยุดพัก แต่ครั้งนี้ขอลองกลับมาเดินทางสายนักร้องอีกครั้ง เจ้าของเพลง – ยิ่งกอด…ยิ่งหนาว

“เริ่มประกวดร้องเพลงตั้งแต่ ป.5 หนูชอบเดินสายประกวดมาก แต่มักจะชอบการแข่งขันที่แข่งวันเดียวจบ จะไม่ค่อยชอบการแข่งขันหลายๆ รอบ แต่ต้องมาพักเพราะเคยประกวดหนักมากจนเสียงช้ำในช่วงปลายปี 2558 อายุประมาณ 17 ปี จนถึงขนาดใช้เสียงไม่ได้ ประกวดที่ไหนจากเคยชนะก็แพ้ตลอดเลย จนมีครั้งหนึ่งมีคนที่ดูประกวดพูดต่อหน้าเราว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ร้องแย่จัง มันแทงใจมาก เรียกว่าหนูเคยซ้อมร้องเพลงไป ร้องไห้ไป เพราะเสียงมันไม่เหมือนเดิม จนพ่อบอกเราพักก่อนไหมสักปี ดูแลตัวเองให้มากขึ้น หนูเลยพักและหาหมอตลอด ตอนหาหมอยังต้องมาฝึกหายใจใหม่ จนช่วงปี 2559 ดีขึ้น แต่เสียงก็ไม่ได้ดีเท่าเดิมแล้ว แต่อยากลองทำตามความฝันอีกครั้ง เลยลองมาประกวดรายการนี้ อย่างที่บอกค่ะ ว่าหนูไม่ค่อยชอบการประกวดหลายรอบ แต่รายการนี้แตกต่างจากรายการนี้ ตอนแรกก็ไม่อยากแข่งเท่าไหร่ แต่พอได้อยู่ไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าหนูเปลี่ยนใจ และสู้จนถึงที่สุดดูค่ะ”

แต่ละคนมีเรื่องราวน่าสนใจทั้งนั้น รวมถึงความฝันในการเป็นศิลปิน ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินตำแหน่งเพื่อหาสุดยอด “ลูกทุ่งไอดอล” หญิงคนแรกของประเทศไทย พร้อมถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 1,000,000 บาท โดยสามารถโหวตผ่าน SMS พิมพ์ L ตามด้วยหมายเลขศิลปินที่คุณชื่นชอบ ส่งมาที่ 4890011 (ค่าบริการครั้งละ 3 บาท) หรือโหวตบนช่องทางออนไลน์ ผ่าน JOOX มิวสิค แอปพลิเคชัน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วมาร่วมลุ้นกันว่าใครจะได้เป็นผู้ชนะคนแรกของรายการ “ลูกทุ่งไอดอล” ทุกวันเสาร์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 HD กด 35