ติ่งเกาหลี นักข่าว

“นักข่าว” อาชีพในฝันของติ่งเกาหลี… เป็นแล้ว ‘ฟิน’ จริงเหรอ!?

Home / ข่าววงการเพลงสากล, สกู๊ปเพลงเอเชีย / “นักข่าว” อาชีพในฝันของติ่งเกาหลี… เป็นแล้ว ‘ฟิน’ จริงเหรอ!?

 

นักข่าวบันเทิง หนึ่งในอาชีพที่เหล่าแฟนคลับเกาหลีใฝ่ฝัน เพราะภาพเบื้องหน้าที่เห็นคือสิทธิพิเศษที่ได้ใกล้ชิดศิลปินที่ชื่นชอบ ได้ดูคอนเสิร์ตฟรี ได้เห็นเบื้องหลังการทำงาน… จนเป็นที่กล่าวขานกันในวงกว้างว่า เป็นนักข่าวสายติ่ง ‘ฟิน’ กว่าใคร
จริงเหรอ?

 

 

ยังมีเบื้องหลังการทำงานของนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวที่ต้องร่วมงานกับศิลปินเกาหลี อีกมากมาย ที่แฟนคลับไม่รู้

 

“เป็นนักข่าวสบาย”… ไม่จริง

สื่อมวลชนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และทำผลงานให้ตรงตามมาตรฐานของแต่ละสำนักข่าว เช่น ช่างภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ต้องแบกอุปกรณ์ใหญ่โตไปไหนต่อไหน แม้จะถูกจำกัดให้ถ่ายได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที, สื่อเวบไซต์ที่ต้องปิดงานให้ได้อย่างรวดเร็ว, สื่อนิตยสารซึ่งต้องเก็บทุกรายละเอียดเพื่อนำมาเขียนต้นฉบับ

 

“คอนเซ็ปต์ของหนังสือเราคือรายงานละเอียดยิบ ให้แฟนคลับที่ไม่ได้ไปอ่านแล้วเหมือนได้อยู่ในงานด้วย ดังนั้นการไปงานคือต้องสังเกต ต้องจับรายละเอียดตั้งแต่บรรยากาศหน้างานว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในคอนเสิร์ตก็ต้องจดตลอดตั้งแต่ไฟในฮอลล์เริ่มดับ แฟนๆ ช่วยกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเสียงดังขนาดไหน แสงสีแท่งไฟในฮอลล์สวยงามแค่ไหน ร้องดี เต้นมันส์ ท่าเต้นเป็นยังไง รวมทั้งโมเม้นท์ของศิลปินที่ต้องบรรยายให้คนอ่านรู้สึกตามไปด้วย ยิ่งถ้าใกล้ปิดต้นฉบับก็ต้องนั่งเขียนงานกันกลางดึกคืนนั้นเลย” : นักข่าวนิตยสารสายเอเชี่ยนคนหนึ่งกล่าว

 

“คอนเสิร์ตเกาหลีส่วนใหญ่จะให้ถ่ายภาพ ถ่ายวีดิโอ ได้ 2-3 เพลงแรก หรือ 10-15 นาทีแรก พอถ่ายเสร็จเราก็ออกมาอัพข่าวส่งงานที่หน้าฮอลล์นั่นแหละ บางทีก็ไม่ได้กลับเข้าไปดูคอนเสิร์ตต่อแล้วเพราะกลัวจะส่งงานไม่ทัน” : นักข่าวเวบไซต์แห่งหนึ่งเปิดเผย

 

 

“ได้ติ่ง” … ไม่จริง

นอกจากการรักษาภาพลักษณ์ให้องค์กรจะเป็นเรื่องสำคัญมากแล้ว การ ‘ติ่ง’ ยังเสี่ยงต่อการ ‘ไม่ได้งาน’ เพราะส่งผลให้รับผิดชอบต่อหน้าที่ไม่ได้ รวมทั้งรบกวนต่อการทำหน้าที่ของนักข่าวคนอื่นด้วย

 

“ได้พาเพื่อนไปติ่ง” … ไม่จริง

ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอีเว้นต์หรือคอนเสิร์ตเกาหลีในเมืองไทยจำเป็นต้องจำกัดปริมาณของสื่อมวลชนที่มีสิทธิ์ได้เข้าไปทำข่าว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่สื่อละ 1-3 คน และฝ่ายประชาสัมพันธ์จะขอให้ส่งรายชื่อนักข่าวที่ต้องการร่วมทำข่าวล่วงหน้า ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานและป้องกันการสวมสิทธิ์จากสื่อผีและแฟนคลับที่แอบอ้าง

 

“หลังๆ หลายงานจำกัดโควต้าให้สื่อเวบไซต์เข้างานได้แค่ 1 คน ก็กลายเป็นว่าเราต้องทำทั้งเขียนข่าว ถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวีดิโอ ภายในคนเดียว หรือไม่ก็ต้องให้เพื่อนสื่ออื่นมาช่วย… เคยมีคนมาขอบัตรคอนเสิร์ตเกาหลีเหมือนกัน บางคนไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ ก็ตลกดี” : นักข่าวเวบไซต์คนหนึ่งกล่าว

 

 

“ได้พื้นที่ที่ดีที่สุด” … ไม่จริง

ในคอนเสิร์ตและอีเว้นท์ต่างๆ นักข่าวมักจะถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่ในบริเวณที่กำหนดไว้ และอุปสรรคในการทำงานก็ไม่ได้มีเพียงกรณีที่ ‘คอกนักข่าว’ ไม่เพียงพอกับปริมาณของนักข่าวเท่านั้น มีหลายครั้งที่คอกนักข่าวถูกยกพื้นหรืออยู่ในตำแหน่งที่บังแฟนคลับด้านหลังอีกด้วย

 

“ประสบการณ์เมื่อหลายปีก่อนคือเราเคยได้ยินแฟนคลับรวมใจกันตะโกนว่า ‘สื่ออย่าบัง!’ และพี่ช่างภาพของเราก็ถูกแฟนคลับเอาขวดน้ำปาใส่หัว” อดีตนักข่าวสายเอเชี่ยนคนหนึ่งเปิดเผย

 

“ได้รู้เรื่องที่อยากจะรู้” … ไม่จริง

 

เกือบ 100% ของการสัมภาษณ์ศิลปินเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น งานแถลงข่าวหรือคิวสัมภาษณ์พิเศษ ต้องมีการส่งคำถามให้ทีมงานพิจารณาล่วงหน้า ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้ล่ามสามารถแปลภาษาได้อย่างรวดเร็ว แต่เหตุผลหลักก็คือต้นสังกัดจะได้คัดกรองคำถามที่ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย เพราะการตอบคำถามสดๆ นั้นเสี่ยงต่อการถูกถามถึงเรื่องส่วนตัว และคำตอบก็อาจหมิ่นเหม่ต่อการถูกวิจารณ์ในแง่ลบ นอกจากนั้นคำตอบก็มักได้รับการซักซ้อมมาแล้วว่าศิลปินต้องตอบว่าอะไร หรือหากเป็นการสัมภาษณ์ศิลปินกลุ่ม ทีมงานก็จะให้คิวไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสมาชิกคนใดต้องตอบคำถามข้อไหน

 

บางครั้งนักข่าวก็อาจมีโอกาสเห็นทีมงานส่งสัญญาณ ‘ปราม’ ไม่ให้ศิลปินตอบบางคำถามหรือออกนอกสคริปต์ที่วางเอาไว้ด้วย

 

บอกเลยว่าเบื้องหลัง ‘ความฟิน’ ที่เหล่าแฟนคลับศิลปินเกาหลีมองเห็นนั้น ซ่อนเร้นกรอบของการทำงานและหน้าที่ที่สื่อมวลชนต้องรับผิดชอบอยู่มากมายทีเดียว