แบมแบม GOT7 ลัดฟ้ากลับบ้าน! เปิดใจ ‘คิดถึงชีวิตวัยเด็กที่หายไป’

Home / ข่าววงการเพลงสากล, ข่าววงการเพลงเอเชีย / แบมแบม GOT7 ลัดฟ้ากลับบ้าน! เปิดใจ ‘คิดถึงชีวิตวัยเด็กที่หายไป’
BamBam GOT7 กันต์พิมุก ภูวกุล ก๊อตเซเว่น แบมแบม
ลัดฟ้ากลับดินแดนบ้านเกิด มาเยือนเมืองไทยครั้งนี้ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หนึ่งในสมาชิกของบอยแบนด์ K-POP วง GOT7 ออกงานรัวๆ เลยทีเดียว! หนึ่งในคิวงานก็คือหนุ่ม แบมแบม GOT7 ไปให้สัมภาษณ์อย่างเจาะลึก ในรายการ โหนกระแส กับพิธีกร หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย

 

แบมแบม GOT7 เผยจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้ไปเป็นศิลปินเกาหลีสายเลือดไทยว่า “จริงๆ ต้องขอบคุณคุณแม่ผม ที่ตอนเด็กๆ พาผมไปดูคอนเสิร์ตเกาหลีคนหนึ่งที่ชื่อ พี่เรน ตอนนั้นอยู่แถวหน้าสุด ดูพี่เขาเต้น เราก็มีความรู้สึกว่าพี่เขาเท่ห์จัง เป็นอะไรที่ทำให้ผมอยากเต้น อยากร้องเพลงขึ้นมา ตอนนั้นน่าจะอายุ 8-9 ขวบ พี่เรนเขาเป็นคนที่นำ K-POP เข้ามาเมืองไทย เหมือนเป็นการจุดประกายหนึ่งที่ทำให้เด็กคนหนึ่งมีความฝัน ทำให้เราเลิกเล่นเกมส์ และไปขอแม่เรียนเต้น แต่ตอนนั้นไปโรงเรียนไหนก็ไม่มีใครรับ เพราะว่าเราอายุน้อยเกินไป”

“หลังจากที่ผมชอบพี่เรนแล้ว ผมก็เต้นโคฟเวอร์พี่เรน และไปประกวดแข่งเต้นของพี่เรนเพื่อที่จะชิงบัตรคอนเสิร์ต ตอนนั้นได้ที่ 1 แล้วทางค่ายก็เรียกผมไปออดิชั่น ตอนนั้น 9 ขวบ เขาก็ขอให้ผมไปเกาหลี แต่เราก็ยังลังเลอยู่เพราะเรายังเด็ก ไม่รู้ว่าไปแล้วทำได้หรือเปล่า ไปคนเดียวและต้องหยุดเรียนไปเลย ตอนนั้นเรารู้ว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก แต่เราก็ห่วงเรื่องเรียน ถ้าผมไปตอนนั้นก็ประมาณ ป.6 ถ้าไปแล้วไม่สำเร็จกลับมาเมืองไทยผมก็ต้องมาเรียน ป.6 ใหม่ ก็เลยปฎิเสธเขาไปรอบแรกครับ”

 

วง GOT7

 

เสียดายมั้ยตอนนั้นที่ต้องทิ้งโอกาสไป “เสียดายครับ ผมไม่รู้ว่าทำได้หรือเปล่า ก็เลยปฎิเสธไป ส่วนครั้งที่ 2 อายุ 13 ปี ผมก็ไปแข่งอีกรายการหนึ่ง ซึ่งทาง JYP. เขามาเป็นกรรมการในรอบตัดสิน เขาก็มาเห็นเราอีกแล้ว เขาก็เลยเข้ามาหลังเวทีแล้วถามว่าจำเขาได้มั้ย คุยกันสักพักหนึ่ง เขาก็บอกว่ายังสนใจอยู่นะ คราวนี้ไปไม่ต้องออดิชั่น มาได้เลยเซ็นสัญญาเลย ผมก็เลยคุยกับคุณแม่ ว่าค่ายเขาใหญ่ขนาดนี้มาเรียกเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งเรียกตั้งสองรอบ เขาก็น่าสนใจในตัวเรา ตอนนั้นก็เลยเซ็นสัญญาเลย เซ็นที่ประเทศไทยแล้วก็บินไปเกาหลีครับ”

ตอนที่เซ็นสัญญานั้น แบมแบม เผยว่าทาง JYP. ยังไม่มีแผนฟอร์มวง GOT7 “ไม่มีครับ เราก็ลองไปฝึกก่อน ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทั้งหมดที่ไปฝึกก็ประมาณ 16 คน ตอนแรกไปก็มาจุดเดียวกัน คือ มีโอกาสก็มาก่อน เริ่มจาก 16 คน ผมเรียนอยู่ 3 ปีก็มีคนออกไปเยอะมาก แล้วมีคนใหม่เข้ามา

 

 

สำหรับการใช้ชีวิตที่เกาหลีตั้งแต่เด็ก แบมแบมเล่าว่า “ก็เริ่มจากการไปเป็นเด็กฝึกของค่ายเขาก่อน มีตารางเรียน จะเริ่ม 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม มีเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนภาษา แรกๆ ที่ไปเอาจริงๆ ถามว่าเหงามั้ย ก็ไม่เท่าไหร่นะ เพราะเรามีเพื่อนเยอะ ด้วยความอยู่คนเดียวก็เหงาบ้าง แต่ด้วยที่เราเป็นเด็ก ยังมีความสนุก ตื่นเต้นกับทุกอย่างที่ทำ… ถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้วครับ ตอนนี้พูดได้ 3 ภาษาครับ ไทย เกาหลี อังกฤษ และก็มีจีน กับ ญี่ปุ่น ได้นิดหน่อย”

เวลาอยู่เกาหลีก็มีวันว่างบ้าง เดือนหนึ่ง หนึ่งวัน จะกลับมาเมืองไทยก็ไม่ได้ ก็ขอพักที่เกาหลีดีกว่า คุณแม่ก็ได้เจอเวลากลับมามีงานที่เมืองไทย ติดต่อกับคุณแม่เรื่อยๆ อยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ง่าย

 

 

กับการไปทำงานที่เกาหลีตั้งอายุ 13 จนถึงตอนนี้ที่อายุ 20 แล้ว ไอดอลหนุ่ม แบมแบม ยอมรับว่าความเป็นเด็กหายไป “อันนี้รู้สึกทุกครั้งเวลากลับเมืองไทยครับ กลับเมืองไทยผมไม่มีเพื่อนที่เมืองไทยเลย เพราะว่าผมอยู่เกาหลีตอน ม.2 เป็นช่วงที่จะคบเพื่อนแบบจริงๆ จังๆ แต่เรามาอยู่เกาหลีเลย ก็ทำให้ไม่มีเพื่อนที่เมืองไทย กลับเมืองไทยมาก็จะอยู่กับครอบครัว เรื่องการเรียนตอนไปเป็นเด็กฝึกผมก็จะพักเรียน 2 ปีไว้ก่อน พอมาปีที่ 3 ที่อยู่เกาหลี ผมก็ห่วงเรื่องเรียน เราจะอยู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะว่าเรื่องเรียนสำคัญ ผมก็เลยขอคุณแม่และทางค่าย ขอเข้าโรงเรียนที่เกาหลี แต่เขาไม่รับเด็กฝึก เพราะเวลาเรียนไม่ตรงกับคนอื่น อาจจะได้แค่ไปสอบ ผมก็หาวิธีเข้าโรงเรียนนานาชาติ แต่เขาก็ไม่ให้เหมือนกัน ผมก็เลยเรียนกลับมาเมืองไทยคุยกับ กศน. รอบนึง แล้วเขาให้กลับมาสอบปีละ 2 ครั้ง ตอนนี้เหลือสอบรอบสุดท้ายก็จะจบ ม.6 แล้ว ผมไม่อยากทิ้งเรียน

 

 

ก่อนจบรายการ แบมแบม กล่าวว่าหากมีโอกาสก็อยากเล่นละครของเมืองไทย แต่สำหรับตอนนี้แฟนๆ ก็อย่าลืมติดตามผลงานโฆษณาของเขาก่อน “ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ผมก็พร้อมเสมอ ก่อนที่ผมจะไปเกาหลี ผมก็มีโฆษณา 2-3 ตัวที่เมืองไทยครับ”

 

แฟนๆ อย่าลืมให้กำลังใจไอดอลเกาหลีสายเลือดไทย แบมแบม GOT7 กันต่อไป.

 

 

ข้อมูลจากรายการ โหนกระแส ทางช่อง 28