“ขอบคุณที่รักกัน” ตุ้ย เปิดใจ ปิดคลื่น Seed เพราะปรับตัวไม่ทันกลุ่มผู้ฟัง

Home / ข่าววงการเพลง / “ขอบคุณที่รักกัน” ตุ้ย เปิดใจ ปิดคลื่น Seed เพราะปรับตัวไม่ทันกลุ่มผู้ฟัง
seed-01

สร้างความตกใจในแก่เหล่านักฟังอย่างมากทีเดียว หลังจากเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาง บมจ.อสมท ได้ส่งหนังสือเพื่อประกาศยกเลิกกิจการ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับคลื่น Seed 97.5 FM

 

โดยล่าสุดในวันนี้(1 ธ.ค.) ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด พร้อมด้วย พิเศษ จียาศักดิ์ กรรมการและรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน เปิดใจกรณีดังกล่าว

 

seed-06

 

ตุ้ย “คงเป็นประเด็นอย่างที่ทราบกันว่าในส่วนของบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ที่ดำเนินการในส่วนของการผลิตคอนเทนต์คลื่น Seed 97.5 ก็คงจะต้องปิดตัวลง ในส่วนของการสานต่อคลื่น 97.5 ณ ตอนนี้ก็คงจะอยู่ในกระบวนการของการออกแบบและปรับเปลี่ยน ในอนาคตก็คงจะมีรูปแบบที่จะสอดรับกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ฟังผู้ชมมากขึ้น สาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องปิดตัวลงเกิดจากทางส่วนของทีมงานซี้ดเองพยายามที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งฐานหลักของเราเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสื่อ แต่ก็ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วบางทีมันก็ไม่สอดคล้องกับทำงานที่พวกเราพยายามกัน ที่สุดแล้วพอมันไม่สอดคล้องกันในเชิงธุรกิจมันก็ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องของรายรับรายจ่ายที่ขาดทุนนั้น ผมว่าหลักๆ เป็นประเด็นเรื่องของธุรกิจด้วย”

 

ทางอสมทตัดสินใจเมื่อไหร่เพราะหลายคนที่ทราบข่าวค่อนข้างช็อกเหมือนกัน ทางรักษาการ ผอ. เผยว่า “อย่างที่ทางตุ้ยได้บอกไป มีเดียแลนด์สเคปมันเปลี่ยนไป เช่นเดียวกันที่ทางอสมทก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไปโดยเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะฉะนั้นทางอสมทเองก็มีการประเมินและพูดคุยกันกับตุ้ยในฐานะผู้บริหารซี้ดเอ็มคอทมาตลอด พอถึงเวลาก็ตัดสินใจว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไป เพราะว่าในส่วนของการทำธุรกิจก็ทราบดีกันอยู่แล้วว่ามันเป็นสัจธรรมที่มีขึ้นก็ต้องมีลง ซึ่งทางอสมทก็ต้องขอบคุณผู้บริหารซี้ดเอ็มคอทที่ดำเนินการกับทางอสมทมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้อสมทแม้กระทั่งบ.ซี้ดเอ็มคอทฯ เองเจริญรุ่งเรืองมาได้ช่วงหนึ่ง แต่เมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเปลี่ยนไป ในการทำธุรกิจแน่นอนต้องมีการวัดผลประกอบการและระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อมันไม่ได้เป็นไปตามระยะเวลา ตามแผนงานหรือตามเป้าหมาย มันก็ต้องมีการพูดคุยตกลงกันด้วยดี

 

 

ในอนาคตอสมทจะนำคลื่นไปดำเนินการเองใช่ไหม? “ใช่ ทางอสมทก็จะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ว่าตอนนี้ขออุบไว้ก่อน โดยตอนนี้ก็มีการวางแผนว่าจะนำเสนอรูปแบบของคลื่นเป็นลักษณะไหนให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ว่าในส่วนของการร่วมงานกับทางตุ้ยก็คงไม่มีปัญหา เพราะตุ้ยก็เป็นศิลปินที่น่ารัก ช่วยเหลือทางอสมทมาตลอดเวลา”

 

แล้วในแง่ของการดูแลพนักงานหลังจากนี้? “ในส่วนของพนักงานแน่นอนว่าอสมทก็ทำตามกฎหมาย มีการให้ค่าชดเชย”

 

seed-04

 

ด้าน ตุ้ย ตอบเสริมว่า ในส่วนของดีเจ.และพนักงานคนอื่นๆ ของบริษัทจะจัดการอย่างไร? “ส่วนนี้ก็คงจะมองเป็นในหลายๆ มิติ ถ้ามิติในส่วนของซี้ดก็คงจะต้องหยุดลง เพียงแต่ว่าโอกาสและจังหวะที่มันจะมีการดำเนินงานในอนาคตอย่างไรก็ต้องดูว่าผมสามารถจะนำเสนอโอกาสให้กับน้องๆ ได้ยังไง ตอนนี้ก็คงอยู่ในช่วงเวลาที่ทำการบ้านกันอยู่ จริงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ก็ต้องบอกว่าในมุมของการสื่อสารก็คงจะต้องสื่อสารกับทีมงานและดีเจ.นั้นต้องได้รับสัญญาณที่แน่ชัดจากบริษัทแม่คืออสมทก่อน หลังจากที่ทราบแล้วก็ได้มีการสื่อสารกับทีมงานและดีเจ.ไปในเวลาที่ใกล้เคียงกัน”

 

 

“ถามว่าทราบมานานแค่ไหนที่ซี้ดเอ็มคอทจะต้องปิดตัว อันนี้ต้องแยกเป็นประเด็นในมุมของมติก็คงจะเป็นการนำเสนอแนวทางเข้าไปในบอร์ดของอสมท เพียงแต่ว่าในมุมของแนวคิดและหลักการก็มีการประชุมร่วมกันมาตลอดผ่านทางกรรมการของซี้ดเอ็มคอท ผู้ใหญ่ทุกท่านก็ทราบสถานการณ์ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันไม่ได้มีอะไรที่กะทันหัน สถานการณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคพอดี เศรษฐกิจก็ดี ภาวะการแข่งขันก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเรารับรู้กันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และพยายามที่จะหาทางปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในฝั่งของทางวิทยุก็ดีหรือทางสื่อออนไลน์ก็ดี แต่ก็ต้องเรียนตามตรงว่าในมุมของซี้ดเอ็มคอทที่เราดำเนินการในฐานะของซี้ดอย่างเดียว ผมคิดว่าในนาทีนี้มันไม่สอดคล้องกับภาวะของตลาดผู้บริโภค ส่วนในมุมของอสมทที่จะดำเนินการต่อไปมันน่าจะสอดคล้องมากกว่า”

 

ถามต่อว่า ในประกาศบอกไว้ว่า ‘ทางคลื่นไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการไม่เพียงพอ’ ตุ้ย เผยว่า “คำว่าประสิทธิภาพในการทำงานในที่นี้คือประสิทธิภาพในการปรับตัวดำเนินงาน ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ก็ต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขของธุรกิจด้วย ผมคิดว่าในสองประเด็นที่พูดไป เราดำเนินงานกันอย่างเต็มที่แล้ว ใช้คำว่าเราพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถกำหนดได้คือปัจจัยทางเทคโนโลยี ตัวนี้คือสิ่งหลักเลย

 

seed-05

 

เหมือนคำนี้เป็นข้อความดิสเครดิตของ ตุ้ย หรือไม่? “ผมรู้สึกว่าในที่สุดแล้วผมก็ทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้พวกเราจะต้องแพ้เกม ผมก็รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราต้องยอมรับในความพ่ายแพ้และพยายามที่จะเดินต่อไป ในทางที่เราจะปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เราจะเดินต่อไปได้อีก”

 

ถามว่าแล้วตุ้ยจะได้กลับมาร่วมงานกับ อสมท อีกหรือไม่ ด้านรักษาการ เผยว่า “ก็ยินดี หากว่าจะใช้ความสามารถที่มีสอดคล้องตามนโยบายของ อสมท ได้”

 

รู้สึกแย่ไหมกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเราเป็นผู้ปลุกปั้นคลื่น Seed มาตั้งแต่แรก? ตุ้ย ธีรภัทร์ กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงความรู้สึกส่วนตัว ต้องมีแน่นอนเพราะเรารดน้ำพรวนดินมาตั้งแต่ยังเล็กๆ บังเอิญว่าต้นกล้าต้นนี้ก็เจออุปสรรคหลายด้าน เราก็พยายามจะรักษาไว้อย่างเต็มที่ เรามีความผูกพันทั้งทีมงานและผู้ฟังที่ติดตามกันมาโดยตลอด จนเข้าปีที่ 12 ผมคิดว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกัน จากนี้เราคงต้องเก็บความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกันในนามของคลื่น Seed แล้วเดินต่อไปข้างหน้า

 

seed-02

 

พูดถึงภาพรวมกิจการของวิทยุของอสมทนั้น ทางรักษาการ ผอ. กล่าวว่า “จากภาพรวมที่เห็นจากตัวเลขสถานการณ์ก็ตกลงเรื่อยๆ แต่มันไม่ใช่วิธีดูอย่างเดียวมันมีทั้งสื่ออื่นแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์เอง เจาะเทคโนโลยีเข้ามาแล้วทำให้พฤติกรรมการบริโภคอื่นๆ เปลี่ยนไป พฤติกรรมที่มาแรงมากคือ พฤติกรรมที่ผู้บริโภคใช้มือถือและยังมีพฤติกรรมการไลฟ์สดผ่านทาง facebook อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคสามารถเป็นสื่อด้วยตัวเองไปในตัว ผมคิดว่าถ้ามันมาแรงขนาดนี้ทุกๆ อุตสาหกรรมก็คงได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน เพราะแค่โทรศัพท์มือถือ แล้วมีความสามารถมีความรู้ในการใช้ application ในด้านตัดต่อก็สามารถทำได้แล้ว”

 

งการอื่นๆ ก็ถูกผลกระทบไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง วงการหนัง นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ผลพวงมันกลายเป็นลูกโซ่ไปหมดเลย อยากจะให้โอกาสนี้ในทุกครุอุตสาหกรรมมีการพูดคุยกันถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปว่าเราจะทำอย่างไรในฐานะที่เราเป็นเจ้าของ content ผมเชื่อว่าอย่างไร content ก็ยังเป็นที่สุดอยู่ดี เพียงแต่เราต้องหาทางออกในการที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันกับเศรษฐกิจและภาวะเทคโนโลยีที่เข้ามาอย่างรวดเร็วมาก มีคำพูดหนึ่งที่ว่ายุคนี้ไม่ใช่ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว แต่เป็นยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า ฉะนั้นอุตสาหกรรมทั้งหมดของเราที่เป็นอุตสาหกรรม content ต้องมีการรับทราบภาวะเศรษฐกิจ แลกการแข่งขันที่รุนแรง เราต้องพูดคุยและหาทางร่วมกัน ผมว่าเราต้องพูดคุย เพราะทุกอย่างมันกระทบหมดและไม่ใช่ในประเทศไทยเท่านั้นทั่วโลกก็เกิดสภาวะเช่นนี้”

 

สำหรับคลื่นใหม่ที่จะมาแทนคลื่น Seed นั้น จะยังระบุกลุ่มเป้าหมายชัดเจนว่าจะเป็นคลื่นของวัยรุ่นอยู่หรือไม่ ทางรักษาการ ผอ. ตอบว่า “อาจจะเป็นกลุ่มคนที่เฉพาะที่ตอบโจทย์ในตลาดได้ดี อาจจะเป็นกลุ่มคนฟังที่สนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะทาง สมมติอาจจะเป็นแจ๊สก็ได้ หรือกลุ่มดนตรีคลาสสิคเพราะกลุ่มนี้ยังมีกลุ่มคนฟังอยู่ เพราะกลุ่มวัยรุ่นเขาฟังเพลงจากวิทยุน้อยลง เพราะเขาไปเลือกฟังในโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว จะเห็นว่ามันเปลี่ยนไปมากเลยถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างในเชิงธุรกิจ ในเชิงของผู้บริหารในเชิงของการแข่งขัน มันก็จะไม่ใช่สิ่งที่ชาญฉลาดที่จะยื้อต่อไป ผมว่าทางตุ้ยเข้าใจทำธุรกิจมาต้องเข้าใจต้องแยกออกมาระหว่างเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวและเรื่องของการทำธุรกิจแน่นอน”

 

“การทำธุรกิจการแข่งขันมันค่อนข้างรุนแรง การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจมันเปลี่ยนแปลงไปในอย่างรวดเร็ว คงไม่มีเวลามาพูดกันด้วยภาษาอ่อนน้อมอ่อนโยน การใช้ภาษาสุภาพอาจจะไม่ใช่ในเชิงธุรกิจ การทำธุรกิจต้องแยกออกมาอีก ผมว่าทุกคนน่าจะเข้าใจตุ้ยเองก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะเข้าใจ มันก็เหมือนเกมกีฬาที่เราต้องยอมรับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้แล้วเราต้องเอาสิ่งนั้นมาปรับปรุงแก้ไข”

 

มั่นใจแค่ไหนกับคลื่นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น?ผมว่าไม่มีใครตอบได้มันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ทุกคนเหมือนเดินไปในทางที่มืด เราเองก็มีเทียนอยู่เล่มเดียว ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอะไรในสิ่งที่ต้องทดลอง ประเทศเราก็อยู่ในช่วงนี้ไทยแลนด์4.0(แผนการพัฒนาปฏิรูปเศรษฐกิจ ของประเทศไทย) ทุกคนก็จะเห็นเหมือนกันเราจะต้องเตรียมความพร้อม และคนที่เริ่มต้นใหม่เยอะแยะเลย ฉะนั้นมันก็ต้องมีการทดลอง เราทำสื่อเราก็รู้อยู่แล้ว เพลงออกมาสิบเพลงก็ขายไม่ได้ไป 9 เพลง ภาพยนตร์สิบเรื่องก็ขายไปไม่ได้สัก 9 เรื่อง ในตอนนี้เป็นแบบนี้เพราะฉะนั้นเราตอบไม่ได้ เราทำได้เพียงแค่ใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ผ่านมาจับกลุ่มให้ได้ชัดเจน ดูให้ชัดเจนขึ้นในทางธุรกิจ

 

ทางรักษาการผอ.ได้มองใครมาแทนตำแหน่งของตุ้ยหรือยัง “อันนี้เป็นเรื่องของสำนักวิทยุที่กำลังมองหาอยู่”

 

seed-03

 

ในเมื่อคลื่น Seed ไม่มีแล้ว แต่สำหรับบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จะดำเนินต่อไปหรือไม่ ตุ้ยเผยว่าสำหรับบริษัทคงต้องหยุดดำเนินงานภายในสิ้นปีนี้ ถามว่าในปีต่อไปจะมีโปรเจ็กต์อะไรต่อไปอีกหรือไม่ ผมคิดว่าคงไม่อยู่เฉยๆ หรอก ผมยังมีไฟอยู่คงต้องหาอะไรทำที่เรายังสนุกได้ ส่วนการร่วมงานกับอสมทในช่วงนี้คงต้องขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสเท่าที่สามารถจะทำให้สอดคล้องกันได้”

 

รู้สึกแย่กับการทำงานวิทยุไปเลยหรือไม่? “ไม่ถึงขนาดนั้น อย่างที่บอกเราทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาในส่วนของการปรับตัวเราก็ต้องปรับตัวไปตามการเปลี่ยนแปลง มีเดียแลนด์สเคปมันค่อนข้างยากมาก แล้วยังมีปัจจัยหลายๆ อย่างทั้งเรื่องเศรษฐกิจก็ดี การขับเคลื่อนธุรกิจช่วงนี้ก็ประสบภาวะลำบากกันพอสมควร การที่จะดำเนินงานต่อไปผมคิดว่ามันคงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่แล้ว แต่ทั้งนี้ในส่วนของการทำงานที่ผ่านมาเรารู้สึกภูมิใจที่อย่างน้อย คลื่น Seed ได้ดำเนินงานมาถึง 12 ปี สามารถเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่หลายๆ คนได้ ผมขอบคุณทุกๆ การสนับสนุนตลอดมา โดยเฉพาะอสมท ศิลปินจากค่ายต่างๆ ที่ให้ content ดีๆ กับเรามาโดยตลอด อีกทั้งสปอนเซอร์ ท้ายที่สุดคือกลุ่มผู้ฟังที่สนับสนุนเรามาโดยตลอด ขอบคุณทุกๆ ท่าน

 

อยากฝากอะไรถึงพนักงานดีเจที่เคยร่วมงานกันมา? “ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ เราเริ่มทำงานด้วยกันมาจากหัวใจ เราพยายามที่จะสร้างความสุขให้กับผู้ฟังชาว Seed ตลอดมา ขอบคุณที่รัก Seed มาโดยตลอด ขอบคุณที่รักกัน”